เกี่ยวกับผู้จัดทำ

        นพ.อภิชัย ชัยดรุณ

  • แพทยศาสตร์บัณฑิต  คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

  • วุฒิบัตรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์ทั่วไป  คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

  • ประกาศนียบัตรวิชาฝังเข็มและการแพทย์แผนจีน  มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ซัวเถา 
    ประเทศจีน

  • ประกาศนียบัตรหลักสูตรอบรมการแพทย์ฝังเข็ม ภายใต้ความร่วมมือ ระหว่างกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และ มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

  • ศึกษาและปฏิบัติงานด้านการแพทย์และวิชาฝังเข็มจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เสฉวน  
    ประเทศจีน

  • สมาชิกสมาคมแพทย์ฝังเข็มและสมุนไพร (ประเทศไทย)

  • ผลงานวิชาการด้านการฝังเข็ม

    *เขียนและแปลเรียบเรียงหนังสือเกี่ยวกับวิชาฝังเข็มและ การแพทย์จีนหลายเล่ม อาทิเช่น
                *   “แทงเข็ม”__คู่มือที่ให้ความรู้เรื่องการแทงเข็มขั้นพื้นฐาน (พ.ศ.2532)
                *  วิวัฒน์แห่งเวชกรรมฝังเข็ม (พ.ศ.2543)
                *  กดกระตุ้นฝ่าเท้ารักษาโรค (พ.ศ.2531)
                *  มะเร็ง-อาหาร-ยาจีน_โภชนาบำบัดแผนโบราณสำหรับโรคมะเร็ง (พ.ศ.2532)

    *พ.ศ.2534 - 2535 วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในการฝึกอบรมหลักสูตรเวชกรรม ฝังเข็มแนวใหม่ สำหรับแพทย์และเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลชุมชนของ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2534 และ พ.ศ. 2535

    *พ.ศ. 2535 วิทยากรบรรยายเรื่อง  Some  physiological aspects  in acupuncture ในการประชุมฟื้นฟูวิชาการ  ประจำ ปีพ.ศ. 2535 ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

    *พ.ศ.2544 จัดทำเวบไซต์  thaiacupuncture  เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการฝังเข็มให้แก่ประชาชนโดยทั่วไป

    *พ.ศ.2548-2552 ประจำกองบรรณาธิการวารสารสมาคมแพทย์ฝังเข็มและสมุนไพร (ประเทศไทย) ได้เขียนบทความทางวิชาการหลายเรื่อง ได้แก่

    **แนะนำ“เข็มขมับ 3 เล่ม”ของจิ้นยุ่ย  ( Jin Rui’s Three temporal needles)

    **เจาะลึก จุด “ซานยินเจียว”

    **การฝังเข็มรักษาโรคอัมพาตหลอดเลือดสมองด้วยวิธี “ปลุกสมอง เปิดด่าน”

    **จุด 4 ด่าน

    *พ.ศ. 2550  นำเสนอผลงานวิชาการในการประชุมวิชาการแพทย์ฝังเข็มและสมุนไพรเรื่อง “การรักษาผู้ป่วย Bell palsy ขั้นรุนแรงในระยะเฉียบพลันด้วยการฝังเข็ม”

    *พ.ศ. 2551  นำเสนอผลงานวิชาการในการประชุมวิชาการแพทย์ฝังเข็มและสมุนไพรเรื่อง “case report: Acupuncture treatment in severe Guillain Barre syndrome”   

 กลับสู่สารบัญ