ปอดอักเสบ หรือปอดบวม
ปอดอักเสบ...หรือปอดบวม
ปอดบวม หรือที่รู้จักโดยทั่วไปว่า "นิวโมเนีย" คือ โรคที่เกิดจากการอักเสบของเนื้อปอด มักเกิดขึ้นเฉียบพลันทันที (Acute Pneumonia) โดยมีไข้สูง บางครั้งหนาวสั่น ไอบ่อย บางรายมีเสมหะสีเหลืองหรือมีเลือดปน หายใจตื้นและเร็ว จนบางครั้งหอบเหนื่อย อาจจะเจ็บหน้าอก ภาพถ่ายจากรังสีทรวงอกพบเงาทึบที่เนื้อปอดได้หากเป็นรุนแรงหรือรักษาไม่ทัน อาจช็อค ซึม หรือมีจุดเลือดออกใต้ผิวหนังหรือเลือดออกง่าย การทำงานของระบบหายใจและไตล้มเหลว ทำให้เสียชีวิตได้
สาเหตุ เกิดจากมีเชื้อโรคหรือสารเคมีเข้าไปทำให้มีการอักเสบของปอด ที่สำคัญได้แก่
-
เชื้อแบคทีเรีย ซึ่งพบเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของโรคนี้ ที่พบบ่อยและรักษาได้ง่ายได้แก่ เชื้อปอดบวม หรือ
นิวโมค็อกคัส (Pneumococcus) ที่พบน้อยแต่ร้ายแรง ได้แก่ เชื้อสแตฟฟีโลค็อกคัส (Strephylococcus)
สเตรปโตค็อกคัส (Streptococcus) เคล็บซิลลา (Klebsiella)
-
เชื้อไวรัส เช่น หัด ไข้หวัดใหญ่ อีสุกอีใส ฯลฯ
-
เชื้อไมโคพลาสมา (Mycoplasma pneumoniae) ซึ่งทำให้ปอดอักเสบชนิดที่เรียกว่า Atypical pneumonia เพราะมักจะไม่มี
อาการหอบอย่างชัดเจน
-
เชื้อรา พบได้ค่อนข้างน้อย แต่รุนแรง
-
สารเคมีที่พบบ่อยได้แก่ น้ำมันก๊าด ซึ่งผู้ป่วยสำลักเข้าไปในปอดมักจะเป็นที่ปอดข้างขวามากกว่าข้างซ้าย
การติดต่อ อาจติดต่อได้ทางหนึ่งทางใดดังนี้
ก. ทางเดินหายใจ โดยการไอ จาม หรือหายใจรดกัน
ข. โดยการสำลักเอาสารเคมีหรือเศษอาหารเข้าไป ในปอด
ค. แพร่กระจายไปตามกระแสเลือด เช่น การฉีดยา ให้น้ำเกลือ การอักเสบในอวัยวะส่วนอื่น เป็นต้น
อาการ
มักเกิดขึ้นทันทีทันใดด้วยอาการไข้สูง (อาจจับไข้ตลอดเวลา) หนาวสั่น (โดยเฉพาะในระยะที่เริ่มเป็น) และหายใจหอบ ในระยะแรกอาจมีอาการไอแห้งๆ ไม่มีเสมหะ ต่อมาเสลดขุ่นข้นออกเป็นสีเหลืองสีเขียว สีสนิมเหล็กหรือมีเลือดปน ในเด็กโตและผู้ใหญ่ อาจมีอาการเจ็บแปล๊บในหน้าอกเวลาหายใจเข้าหรือเวลาไอแรงๆ บางครั้งอาจปวดร้าวไปที่หัวไหล่ สีข้างหรือท้อง ในเด็กเล็กอาจมีอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเดิน อาเจียน กระสับกระส่ายหรือชัก
ผู้ที่มีโอกาสเป็นปอดบวม
ผู้ที่มีโอกาสเป็นปอดบวม คือ ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ เด็กอายุระหว่าง 6 เดือน ถึง 3 ปี หรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ผู้ที่สูบบุหรี่ อดนอนจนพักผ่อนไม่เพียงพอ และผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
การรักษา
- ในรายที่เริ่มเป็น ยังไมีมีอาการหอบ ให้ดื่มน้ำมากๆ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวเวลามีไข้สูง ให้ยาลดไข้และให้ยาปฏิชีวนะ เช่น เพนนิซิลลิน,แอมพิซิลลิน,อีริโทรมัยซิน,เตตราซัยคลีน หรือโคไตรม็อกซาโซล ถ้าไอมีเสลดให้ยาขับเสมหะ เช่น มิสต์แอมมอนคาร์บ ถ้าอาการดีขี้น
ใน 3 วัน ควรให้ยาปฏิชีวนะต่อไปอีก 1 สัปดาห์ ถ้าไม่ดีขึ้นหรือกลับมีอาการหอบควรแนะนำไปโรงพยาบาล
- ถ้ามีอาการหอบ หรือสงสัยมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ รีบให้ยาปฏิชีวนะ แล้วส่งโรงพยาบาลด่วนหากรักษาไม่ทัน อาจตายได้ ถ้ามีภาวะขาดน้ำควรให้น้ำเกลือ ผู้ใหญ่ให้ 5% D/NSS เด็กให้ 5% D/1/2 NSS ระหว่างเดินทางไปด้วย มักจะต้องทำการตรวจโดยเอกซเรย์ปอด ตรวจเสมหะหาเชื้อที่เป็นสาเหตุ หรือเจาะเลือดไปเพาะเชื้อ และให้การรักษาโดยให้ออกซิเจน น้ำเกลือ และยาปฏิชีวนะ ซึ่งอาจให้เพนิซิลลินฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเส้นเลือดในขนาดสูงๆ หรือยาปฏิชีวนะตัวอื่นๆ ตามแต่ชนิดของเชื้อที่พบ เช่น เชื้อนิวโมค็อกคัส มักให้
เพนิซิลลิน,เชื้อสแตฟฟีโลค็อกคัสให้คล็อกซาซิลลิน,เชื้อไมโครพลาสมา อีริโทรมัยซิน หรือเตตราซัยคลีน เป็นต้น
การป้องกันโรคปอดบวม
ปอดบวมที่เกิดจากเชื้อเสตร็ปนิวโมเนียอี เราสามารถเสริมการป้องกันให้ดียิ่งขึ้นโดยการฉีดวัคซีน การฉีดวัคซีนจะป้องกันหรือลดอัตราการเกิดปอดบวมฉับพลัน โรคติดเชื้อในกระแสโลหิต โรคติดเชื้อในระบบประสาท และอวัยวะอื่นๆ ได้จากเชื้อชนิดนี้
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ลดการเกิดภาวะปอดอักเสบจากเชื้อไข้หวัดใหญ่
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เคาน์เตอร์พยาบาล 2 (อายุรกรรม)
เบอร์โทรศัพท์ 0-2879-0300 ต่อ 20135 - 20137
สอบถามข้อมูลสุขภาพโทร. 1723 กด 4
 |
คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ |
|
 |
|
|