แก้ไขความพิการ
แก้ไขความพิการ...เพื่อความสุขทั้งร่างกายและจิตใจ
ความพิการ หรือความผิดปกติของอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย ย่อมเกิดขึ้นได้ตั้งแต่กำเนิด เกิดขึ้นภายหลัง หรือเกิดจากการได้รับอุบัติเหตุ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ที่ประสบปัญหาความพิการไม่มีความสุขในการใช้ชีวิตประจำวัน และการอยู่ร่วมกับสังคม ความพิการที่พบนั้นมีหลายประเภท เช่น แขน-ขา หรือนิ้วขาด, ความพิการปากแหว่ง-เพดานโหว่, ความพิการที่เกิดจากไฟไหม้-น้ำร้อนลวก เป็นต้น ความพิการบางประเภทสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ เช่น นิ้วขาด, นิ้วด้วน, ปากแหว่ง-เพดานโหว่ เป็นต้น
นิ้วขาด นิ้วด้วน ต่อใหม่ได้โดย...จุลศัลยแพทย์
มือ เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญมาก ซึ่งความผิดปกติทางมืออาจเกิดจากอุบัติเหตุ หรือความพิการแต่กำเนิด ย่อมทำให้การทำงานของมือเสียไป ในทางการแพทย์ได้ให้คำจำกัดความผิดปกติของนิ้วมือ ดังนี้ นิ้วขาด หมายถึง นิ้วที่ขาดจากอุบัติเหตุหรือมีความพิการแต่กำเนิดบางอย่างแล้วทำให้นิ้วสั้นลง นิ้วผิดรูป หมายถึง นิ้วที่มีลักษณะไม่เหมือนปกติโดยมีสภาพต่างๆ เช่น สั้น ยาว ใหญ่ ไม่มีเล็บ คด งอ เป็นต้น
การรักษา
สำหรับนิ้วขาด แบ่งการรักษาเป็น 2 อย่าง คือ
1. การผ่าตัด
1.1 การผ่าตัดเอาเนื้อจากที่อื่นมาเพิ่ม เช่น เอานิ้วเท้ามาใส่ที่มือ เพื่อช่วยเพิ่มการทำงานให้ดีขึ้นใช้เวลาในการผ่าตัด
ประมาณ 6-8 ชม. กระดูกจะติดเข้าที่ในเวลา 4-6 เดือน ซึ่งวิธีนี้แพทย์จะพยายามแก้ไขนิ้วของผู้ป่วยให้สามารถขยับได้
และมีความรู้สึกมากที่สุด
1.2 การผ่าตัดยืดนิ้ว เป็นการผ่าตัดยืดทุกส่วนของนิ้วให้ยาวขึ้น ทั้งเนื้อเยื่อ เส้นเลือด เส้นประสาท เส้นเอ็น และกระดูก
ใช้เวลาผ่าตัด 2 ชม. ภายหลังผ่าตัด ผู้ป่วยจะมีเหล็กยึดกระดูกติดอยู่ที่มือ ประมาณ 3-4 เดือน จึงสามารถถอดออกได้
2. นิ้วเทียม มีหลายลักษณะและวัสดุที่ใช้ คือ
2.1 นิ้วเทียมไฟเบอร์
2.2 นิ้วเทียมซิลิโคน
2.3 นิ้วเทียมอคริลิค
นิ้วเทียม
ทุกชิ้นจะมีอายุการใช้งาน ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา ส่วนขั้นตอนในการต่อนิ้วเทียมนั้น ควรรักษาแผลที่นิ้วให้หายสนิท จากนั้นต้องใช้ผ้าพันไว้เพื่อให้ปลายนิ้วเรียวขึ้น แล้วจึงวัดนิ้วโดยใช้นิ้วมือที่ดีเป็นแบบพิมพ์ทำนิ้วเทียมแทนนิ้วที่ผิดปกติ ใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ในการทำนิ้วเทียม ในกรณีที่ตอนิ้วมีความยาวมากกว่า 1.5 ซ.ม. สามารถสวมใส่ได้เลย หากตอนิ้วสั้นมากอาจจำเป็นต้องมีการผ่าตัดเพิ่มเติม โดย
1. การฝังเหล็กในกระดูกนิ้วเป็นแกน
2. ยืดกระดูกให้ยาวขึ้น เพื่อใส่นิ้วเทียม
แก้ไขปากแหว่ง...เพดานโหว่ เพื่อรอยยิ้มที่สดใส

ความพิการปากแหว่งเพดานโหว่ เป็นความพิการที่เกิดขึ้นมาแต่กำเนิด แต่ปัจจุบันความพิการปากแหว่ง-เพดานโหว่สามารถผ่าตัดแก้ไขให้หายได้ สำคัญว่าพ่อแม่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในการรักษาและมารับการรักษาอย่างถูกต้องตามกำหนดเวลา ก็จะช่วยให้ลูกน้อยของคุณกลับมามีอวัยวะที่สมบูรณ์และใช้งานได้ทั้งปากและเพดานรวมทั้งฟันและกระดูกใบหน้า เมื่อโตขึ้นก็จะมีลักษณะเกือบจะปกติ การรักษาความพิการปากแหว่ง-เพดานโหว่ แพทย์จะตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อค้นหาความผิดปกติร่วมอื่นๆ หากพบจะได้ทำการแก้ไขไปพร้อมๆกัน โดยแพทย์จะทำการตรวจและประเมินก่อนว่าเป็นปากแหว่งเพดานโหว่ชนิดใด ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแยกได้ดังนี้
- ปากแหว่ง แบ่งออกเป็น : ปากแหว่งแบบสมบูรณ์ คือ แหว่งเข้าไปถึงรูจมูก และปากแหว่งแบบไม่สมบูรณ์ คือ แหว่งเฉพาะที่ริมฝีปาก ซึ่งการแหว่งอาจจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้
- เพดานโหว่ แบ่งออกเป็น : เพดานโหว่แบบสมบูรณ์ คือ โหว่ตั้งแต่ลิ้นไก่ถึงเพดานแข็งด้านหน้า และเหงือก และเพดานโหว่แบบไม่สมบูรณ์ คือ โหว่เฉพาะส่วนเพดานอ่อนด้านหลังเท่านั้น ซึ่งการโหว่อาจจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้
- ปากแหว่งเพดานโหว่ ที่ร่วมกับความผิดปกติของส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า เช่น กลุ่มความพิการใบหน้าชนิดต่างๆ, ความพิการของโรคที่เกี่ยวข้องกับขากรรไกรเล็กผิดปกติ เป็นต้น
เมื่อทราบว่าเป็นปากแหว่งเพดานโหว่ชนิดใดแล้ว ก่อนการรักษาแพทย์จะตรวจสภาพร่างกายทั่วๆไปอีกครั้งว่ามีความพร้อมต่อการผ่าตัดมากน้อยเพียงใด ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องทำการรักษาความพิการแฝงก่อน เช่น ความผิดปกติของหัวใจ ปอด ฯลฯ หรือรักษาโรคที่เป็นอยู่ให้หายสนิทเสียก่อน เช่น ไข้หวัด ปอดอักเสบ หูอักเสบ ทั้งนี้เพื่อจะได้ไม่ส่งผลต่อการผ่าตัดและการดมยาสลบ ส่วนการผ่าตัดนั้นเนื่องจากจะทำโดยการดมยาสลบทุกราย ฉะนั้น เด็กจะต้องงดน้ำ นม และอาหารอื่น ๆ อย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสำลักอาหารระหว่างดมยาสลบ
กรณีเด็กที่พิการปากแหว่ง โดยทั่วไปช่วงเวลาที่เหมาะสมในการผ่าตัดนั้นจะกำหนดอายุประมาณ 3 เดือน น้ำหนักเด็กมากกว่า 5 กก. และไม่มีปัญหาเรื่องซีดหรือการติดเชื้ออื่น ๆ ในร่างกาย โดยการผ่าตัดจะมีหลายวิธี แพทย์จะใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับลักษณะความพิการของปากและจมูก รวมถึงความถนัดของแพทย์ แต่โดยทั่วไปแพทย์จะผ่าตัดโดยการเลื่อนกล้ามเนื้อ ผิวหนัง และส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ผิดที่ผิดตำแหน่งให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และใช้เนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ บนใบหน้ามาหนุนสร้างความนูน ความสูง ลักษณะของจมูกและริมฝีปาก โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง
ในกรณีเพดานโหว่โดยไม่มีความพิการของปากร่วมด้วย อายุที่เหมาะสมสำหรับการผ่าตัดมักจะประมาณ 10 เดือนถึง 1 ขวบครึ่ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เด็กจะเริ่มใช้เพดานในการพูด หากเด็กได้รับการผ่าตัดที่สมบูรณ์แล้วโอกาสที่เด็กจะพูดได้ใกล้เคียงกับเด็กปกติมีค่อนข้างสูง สำหรับวิธีการผ่าตัดนั้นแพทย์มักอาศัยเนื้อเยื่อของเพดานด้านข้างทั้งสอง เลาะออกจากกระดูกเพดานแล้วเลื่อนเข้ามาหากันตรงกลาง โดยการเลาะเนื้อเยื่อส่วนโพรงจมูก กล้ามเนื้อเพดาน และเยื่อบุเพดาน มาเย็บเข้าหากันเป็นสามชั้น ที่สำคัญที่สุด คือ กล้ามเนื้อของเพดานอ่อนที่แพทย์จะพยายามซ่อมให้ได้กล้ามเนื้อที่สมบูรณ์ที่สุด ส่วนด้านข้างของเพดานที่แพทย์เลาะเลื่อนเข้ามานั้นจะค่อย ๆ งอกเองจนเป็นเพดานเต็มผืนในที่สุด (ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน) แต่ถ้ามีความพิการทั้งปากแหว่งเพดานโหว่ร่วมกัน แพทย์จะทำการผ่าตัดเพดานหลังจากการผ่าตัดริมฝีปากประสบผลสำเร็จและได้ริมฝีปากที่สมบูรณ์แข็งแรงดีแล้ว โดยทั่วไปมักจะทำหลังการผ่าตัดริมฝีปากประมาณ 6 เดือนขึ้นไป
ภายหลังการผ่าตัดแก้ไขจะต้องดูแลแผลริมฝีปากและเพดานให้ถูกต้อง เพราะถ้าดูแลไม่ดีอาจทำให้แผลหายช้า อักเสบ หรือแผลที่เย็บไว้แยกออกจากกันได้ ที่สำคัญผลการรักษาที่ได้จะไม่สมบูรณ์ รวมทั้งการใช้งานของเพดานหรือริมฝีปากก็อาจไม่ปกติได้
โดยทั่วไปแพทย์จะให้เด็กงดดูดนมนานประมาณ 1 เดือน จนกว่าแผลจะหายดีและแข็งแรงเพียงพอ ในช่วงนี้จึงควรเลี่ยงไปใช้ช้อนหรือหลอดหยดน้ำหรือนมแทนไปพลางก่อน ส่วนการดูแลแผลผ่าตัดก็ทำไปตามที่แพทย์แนะนำและควรมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลการรักษา รวมถึงการรักษาต่อเนื่องอื่น ๆ เช่น การฝึกการใช้ริมฝีปาก เพดาน การดูแล การจัดฟัน การผ่าตัดซ่อมแซมเหงือกหรือแก้ไขจมูกที่ยังไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้เพื่อให้เด็กเติบโตพร้อมกับสภาพของใบหน้าและโครงสร้างส่วนต่าง ๆ ที่สมบูรณ์ที่สุด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อีเมล์ : info@yanhee.co.th หรือ 
 |
คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ |
|
 |
|
|