แปลงเพศ

แปลงเพศจากหญิงเป็นชาย หรือชายเป็นหญิง เพื่อความมั่นใจ...ทั้งร่างกายและจิตใจ

         การแปลงเพศ เป็นการผ่าตัดขั้นตอนสุดท้ายของการรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของการรับรู้เพศ เพื่อสร้างอวัยวะเพศหญิงจากอวัยวะเพศชาย
(หรืออวัยวะเพศชายจากอวัยวะเพศหญิง) ให้มีลักษณะภายนอกตรงตามสภาพจิตใจ

     โดยทั่วไปแล้วการแปลงเพศจะต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติและสภาวะจิตใจที่พร้อมต่อการเข้ารับการผ่าตัด จะต้องรับการตรวจจากจิตแพทย์ว่าได้ผ่านการทดสอบ โดยมีคุณสมบัติความพร้อมมาตรฐานโลกดังนี้

1. ได้ดำรงชีวิตแบบหญิงติดต่อกันเป็นระยะที่ยาวนานกว่า 1 ปี ขึ้นไป
2. เคยใช้ชีวิตเป็นหญิงอย่างสมบูรณ์ที่คนรอบข้างยอมรับได้ และมีความสุขโดยไม่มีความ
    กดดันใดๆ
3. มีความรู้สึกเป็นหญิงมานานแล้ว หรืออาจจะเริ่มตั้งแต่จำความได้
4. มีความรู้สึกรังเกียจอวัยวะเพศของตัวเอง และคิดว่ามันเป็นของส่วนเกิน
5. มีความรู้สึกไม่ชอบพฤติกรรมของพวกรักร่วมเพศ
6. เคยรับประทานฮอร์โมนเพศหญิงมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นในรูปยารับประทานหรือยาฉีดเพราะ
    โดยทั่วไป
แล้วถ้าไม่ได้ตั้งใจจริงที่ต้องการจะเป็นหญิงคงไม่มีผู้ชายคนใดที่นำยาฮอร์โมน
    เพศหญิงมารับประทาน
7. ได้ผ่านการประเมินสภาพจิตใจว่าอยู่ในภาวะที่ปกติและพร้อมต่อการผ่าตัดโดยจิตแพทย์ 
    และให้ใบรับรอง สำหรับการผ่าตัดอย่างถูกต้องตามหลักการทดสอบสภาพจิต

การผ่าตัด เพื่อเปลี่ยนเพศนั้น นอกจากเป็นการผ่าตัดใหญ่แล้ว ยังมีผลต่อชีวิตที่เปลี่ยนไปหลังการผ่าตัดอีกด้วย การเตรียมตัวที่พร้อมทั้งในด้านการศึกษาข้อมูลการผ่าตัดที่เพียงพอ การเลือกแพทย์ที่มีความชำนาญ และการสอบถามใจของตนเองอย่างจริงจัง ก็จะทำให้การผ่าตัดนั้นประสบความสำเร็จด้วยความพึงพอใจกันทุกฝ่าย สิ่งที่คนไข้จะได้รับเมื่อแปลงเพศเรียบร้อยแล้ว คือ ความสุขทางใจที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนตัวตนให้เป็นไปในแบบที่ต้องการ ได้กำจัดอวัยวะเพศชายที่เป็นส่วนเกินและน่ารังเกียจออกไปจากร่างกาย และอวัยวะเพศหญิงที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้น นอกจากจะมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงธรรมชาติ ยังมีจุดรับความรู้สึกทางเพศ (ปุ่มคลิตอริส)  ที่สามารถรับความรู้สึกทางเพศได้ดีอีกด้วย เทคนิคการผ่าตัดแปลงเพศที่ก้าวหน้าไปมากในปัจจุบัน นอกจากช่วยให้ผู้ป่วยมีสภาพร่างกายที่ถูกต้องสอดคล้องกับ สภาพทางจิตใจ ยังให้ผลการรักษาที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด สิ่งสำคัญผู้ป่วยจะต้องมี วิจารณญาณที่ดีพอ ผ่านการตรวจสอบสภาพทางจิตจากจิตแพทย์ ว่ามีความเหมาะสมและ เลือกผ่าตัดในโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน มีศัลยแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญ ก็จะทำให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติได้ต่อไป

        

ขั้นตอนการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง

  1. วางยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ เพื่อไม่ให้คนไข้มีอาการเจ็บหรือปวดในระหว่างการผ่าตัด
  2. กรรมวิธีการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง แพทย์จะทำการสร้างช่องคลอดใหม่ โดยใช้เนื้อเยื่อในส่วนที่อยู่หน้าบริเวณท่อทวารหนัก ย้ายไปอยู่เหนือท่อทวารหนักในระดับที่อยู่ใต้ท่อปัสสาวะแล้วผ่าตัดเปิดผิวหนังให้เป็นช่องที่กว้างและลึกพอโดยมีระยะความกว้าง ประมาณ 1.5-2 นิ้ว ก็จะได้ช่องคลอดเทียมที่สร้างขึ้นใหม่ ลักษณะคล้ายช่องคลอดของเพศหญิง
  3. จากนั้น จะดึงผิวหนังจากบริเวณอวัยวะเพศชายของคนไข้ไปติดกั้นเป็นผนังช่องคลอดโดยผนังที่ถูกนำไปปลูกบริเวณนี้ได้มาจากหนังที่หุ้มอวัยวะเพศชายเดิม ความลึกของช่องคลอดจึงขึ้นอยู่กับความยาวของอวัยวะเพศชายเดิมด้วยเช่นกัน
  4. อีกเทคนิคหนึ่งในการสร้างช่องคลอดเทียม คือ การตัดต่อท่อปัสสาวะเพศชายที่ยาวให้สั้นลง แล้วตกแต่งให้ใช้งานเปิดปิดในตำแหน่งที่ สามารถนั่งปัสสาวะได้ เพราะหากเอาไว้ ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องเวลาที่นั่งปัสสาวะก็อาจจะพุ่งขึ้นมาได้ จากนั้นจึงเปิดช่องบริเวณนั้น เพื่อสร้างช่องคลอดเทียม
  5. การตกแต่งรูปร่างภายนอกช่องคลอด เช่น แคมเล็กหรือแคมใหญ่ แพทย์จะใช้เทคนิคพิเศษเพื่อเลียนแบบแคมให้ได้ใกล้เคียงกับ อวัยวะเพศหญิง โดยใช้หนังบริเวณที่หุ้มลูกอัณฑะ ด้วยวิธีการตัดลูกอัณฑะออก แล้วนำหนังและเนื้อเยื่อรอบๆ มาตกแต่งเพื่อสร้าง
    รูปลักษณ์ของอวัยวะภายนอกให้เหมือนของอวัยวะเพศหญิงให้มากที่สุด
  6. ขั้นตอนสุดท้าย คือ การตกแต่งประสาทรับความรู้สึกให้เป็นปุ่มรับความรู้สึกทางเพศหญิง เรียกว่าปุ่มคลิตอริส (Clitoris) ซึ่งโดยทั่วไปพบว่าความรู้สึกทางเพศยังมีคงเดิม มีความมั่นใจมากขึ้น

หลังการผ่าตัด แพทย์จะให้นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล ประมาณ 5 - 7 วัน เพื่อจะได้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และในช่วงเวลานั้น แพทย์จะแนะนำวิธี ปฏิบัติตัวที่ถูกต้องดังนี้

  • ให้ลดอาหารที่มีกากและเครื่องดื่มประเภท นมเพราะอาจทำให้มีกาก และเกิดการขับถ่าย ในช่วง 2 วันแรก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • เวลานอนควรนอนในท่าที่ขาทั้งสองข้างแยกออกจากกัน โดยอาจใช้ผ้าห่มคั่นกลางกันไว้ในขณะที่หลับ เพื่อไม่ให้แผลผ่าตัด
    ถูกกดทับ
  • ควรทำความสะอาดช่องคลอดด้วยน้ำยาป้องกัน และฆ่าเชื้อโรคหรือน้ำเกลือล้างแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • ควรเริ่มลุกเดินในระยะหลังผ่าตัด 5 วัน
  • ให้ดูแลรักษาไม่ให้ช่องคลอดตีบตัน โดยใช้อุปกรณ์เทียมที่ทำจากแท่งซิลิโคนชนิดนุ่ม หรือ เทียนเหลาให้มีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศชาย ในการรักษาความกว้างและช่วยเพิ่มความลึกของช่องคลอดให้คงที่ ควรหมั่นขยายช่องคลอดเทียมอย่างน้อยวันละ 2ครั้ง
    ครั้งละประมาณครึ่งชั่วโมง
  • ต้องงดมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือน หลังผ่าตัด
  • เริ่มรับประทานฮอร์โมนได้หลังการผ่าตัด 1 สัปดาห์ ให้พบแพทย์ตามนัด 1 สัปดาห์ หลังการผ่าตัดเพื่อตัดไหมและตรวจซ้ำเพื่อผลการรักษาที่ดี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อีเมล์ : info@yanhee.co.th   หรือ  

คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
นพ.ธวัชชัย บุญพัฒนพงษ์ ดูรายละเอียด
นพ.ปราโมทย์ มนูรังสี ดูรายละเอียด
นพ.วิเชียร ว่องวงศ์ศรี ดูรายละเอียด
นพ.วิทวัส อังคทะวานิช ดูรายละเอียด
นพ.วิรัตน์ โอสถาเลิศ ดูรายละเอียด
นพ.สมบูรณ์ ธรรมรังรอง ดูรายละเอียด
นพ.สานิจ พงคพนาไกร ดูรายละเอียด
นพ.สุกิจ วรธำรง ดูรายละเอียด
นพ.สุทัศน์ คุณวโรตม์ ดูรายละเอียด
นพ.สมศักดิ์ ชุลีวัฒนะพงศ์ ดูรายละเอียด
นพ.ไกรฤทธิ์ ติยะกุล ดูรายละเอียด
นพ.กิตติชัย สิปิยารักษ์ ดูรายละเอียด
นพ.พิชญ์ ไพบูลย์เกษมสุทธิ ดูรายละเอียด
นพ.กรีชาติ พรสินศิริรักษ์ ดูรายละเอียด
นพ.ศิริพงษ์ ลักขณาวงศ์ ดูรายละเอียด

 

 

 


title address
        1723