ศูนย์คีเลชั่น


            

          ChelationTherapy

          คีเลชั่นบำบัด

          ศูนย์แพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลยันฮี  ทางเลือกใหม่เพื่อฟื้นฟูเส้นเลือดในร่างกาย

          รักษาและฟื้นฟูหลอดเลือด ในกลุ่มโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และเบาหวาน ที่มีสาเหตุจากการสะสมของโลหะหนักในร่างกาย

     ร่างกายคนเรามีโอกาสรับสารพิษอยู่ตลอดเวลา ทั้งจากอากาศ อาหาร ยา เครื่องนุ่งห่ม และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น อากาศมีสารโลหะหนัก ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์จากท่อไอเสียเครื่องยนต์ อาหารมีสารฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต, สารปรุงแต่ง, เครื่องนุ่งห่ม และอุปกรณ์ต่างๆ มีสี สารระเหย เป็นต้น

     เมื่อสารพิษหรือสารโลหะส่วนเกินเข้าสู่ร่างกาย จะเกาะสะสมตามผนังหลอดเลือด หรือตกค้างในน้ำเลือด ทำให้เกิดปัญหาผนังหลอดเลือดอักเสบ ขรุขระ เส้นเลือดแข็ง หรือตีบแคบอุดตัน ส่งผลให้ระบบการไหลเวียนการลำเลียงไม่ดี ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด และโรคความเสื่อมตามอวัยวะต่างๆ

     เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสารพิษดังกล่าวได้ แต่สามารถปกป้องร่างกายไม่ให้ได้รับอันตรายจากสิ่งเหล่านั้นได้ด้วยการทำ คีเลชั่นบำบัด โดยการแพทย์ทางเลือก ด้วยการขจัดสารโลหะหนัก และตะกอนคอเลสเตอรอล ที่จับตัวอยู่ตามหลอดเลือดจนเส้นเลือดแข็ง

     คีเลชั่นบำบัด คือ การใช้สารเคมีบางอย่าง (เช่น โปรตีนสังเคราะห์ EDTA) เข้าไปจับตัวกับอนุภาคของโลหะหนัก เช่น สารตะกั่ว 
สารปรอท แคดเมี่ยม และโลหะหนักอื่นๆ ในร่างกายของมนุษย์ หลังจากนั้นสารนี้จะถูกนำออกจากร่างกาย โดยการขับออกมาทางปัสสาวะ
เป็นส่วนใหญ่

          คีเลชั่นบำบัด ใช้รักษากับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อ

          1.    เส้นเลือดหัวใจตีบ*

          2.    ความดันโลหิตสูง*

          3.    กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด*

          4.    เบาหวาน ภาวะนอนไม่หลับ อ่อนเพลีย*

          5.    ผู้ที่ตรวจพบสารพิษและโลหะหนักในร่างกายจำนวนมาก

          6.    ผู้ที่มีพฤติกรรมในการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น อาหารรสหวานจัด มันจัด เนื้อสัตว์ ของทอด ปิ้ง ย่าง

          7.    ผู้ที่มีภาวะเครียดอยู่เป็นเวลานาน

          8.    ผู้ที่สูบบุหรี่จัด ดื่มแอลกอฮอล์มาก

          9.    สตรีที่กำลังวางแผนการตั้งครรภ์

                 *(ที่มีสาเหตุมาจากพิษของโลหะหนัก)


          คีเลชั่นบำบัด ควรทำบ่อยแค่ไหน

          ในแต่ละบุคคลจะมีจำนวนครั้งไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล และผลที่ได้ภายหลังการทำคีเลชั่น  โดยทั่วไปในรายของคนที่มีปัญหาเรื่องหลอดเลือดหัวใจตีบอาจต้องเข้ารับการบำบัดด้วยคีเลชั่นประมาณ 20 ครั้ง

          การปฏิบัติตัวเมื่อทำคีเลชั่นบำบัด

          ๐ ก่อนทำควรพบแพทย์และตรวจระดับการทำงานของไต

          ๐ ระหว่างที่ร่างกายกำจัดสารพิษ และลดโลหะหนักสะสม ไตจะทำงานเพิ่มขึ้น ควรดื่มน้ำสะอาดมากขึ้น

          ๐ ควรรับประทานวิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ในรูปอาหารเสริมเพิ่มขึ้นจากอาหารประจำวัน
              เพราะอาจมีการสูญเสียแร่ธาตุไปบ้างในระหว่างการทำคีเลชั่น

          คำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังทำคีเลชั่นบำบัด

          1. ควรดื่มน้ำมาก ๆ ประมาณ 2 ลิตรต่อวันเป็นเวลา 3 วัน หลังจากทำคีเลชั่นบำบัดเพื่อให้ช่วยนำพาสารพิษขับออกทางปัสสาวะได้
              มากขึ้น

          2. กลางคืนนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอประมาณ 6-8 ชั่วโมง เนื่องจากหลังทำคีเลชั่นอาจมีอาการอ่อนเพลียซึ่งเป็นผลจากการ
              ขับสารพิษออกจากร่างกาย

          3. หลังการทำคีเลชั่นบำบัด สามารถรับประทานยาที่รับประทานอยู่ประจำได้ตามปกติ และควรรับประทานวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ 
              ตามที่แพทย์จัดให้

          4. อาจมีอาการปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะซึ่งเป็นอาการข้างเคียงที่พบได้กับผู้ป่วยน้อยราย ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ 
              หรือดื่มน้ำผลไม้ทดแทน ซึ่งอาการจะทุเลาลงและหายไปเอง ถ้าอาการไม่ดีขึ้นกรุณาติดต่อแพทย์ที่โรงพยาบาลยันฮี

          5. ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

          6. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของสารสีผสมอาหาร อาหารทะเลที่มีตะกั่วปนเปื้อน เป็นต้น

คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
พญ.กมลพร พูลพุฒ ดูรายละเอียด
พญ.หทัยวรรณ วัชรากร ดูรายละเอียด
นพ.วัสสะ วัชรากร ดูรายละเอียด
พญ.ชลลดา เวชชศาสตร์ ดูรายละเอียด
นพ.ศุภชัย ชุณหสวัสดิกุล ดูรายละเอียด

 

 

 


title address
        1723