การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

 

“(เมื่อ)แผลเล็ก (ก็)เจ็บน้อย (แถม) ลดภาวะเสี่ยง”           

การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช เป็นการผ่าตัดที่ใช้กล้องส่องเข้าไปในช่องท้อง เพื่อรักษาโรคบริเวณอุ้งเชิงกราน เป็นการรักษาที่กระทบกระเทือนต่ออวัยวะภายในน้อยมาก และมีความเจ็บปวดจากการผ่าตัดน้อยที่สุด อีกทั้งยังลดโอกาสการเกิดพังผืดในช่องท้องอีกด้วย ผู้ป่วยใช้เวลาในการพักฟื้นไม่นาน และฟื้นตัวได้เร็ว การผ่าตัดสองกล้องเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอายนุน้อย และผู้ป่วยที่เตรียมความพร้อมเพื่อการมีบุตร

การผ่าตัดผ่านกล้อง นอกจากจะผ่าตัดผ่านช่องท้องแล้ว ยังมีการผ่าตัดโดยการส่องกล้องผ่านช่องคลอด เพื่อส่องดูความผิดปกติในโพรงมดลูก ดูรอบรั่วในโพรงมดลูก เพื่อหาตำแหน่งในการผ่าตัดในการตัดเนื้องอก หรือติ่งเนื้อในโพรงมดลูก หรือแม้กระทั่งมะเร็งบางชนิดในระยะเริ่มแรก

ข้อมูลในการผ่าตัดผ่านกล้อง

ขั้นแรกแพทย์จะเลือกผู้ป่วยก่อน โดยอาศัยการซักถามประวัติการรักษา การตรวจร่างกาย การตรวจภายใน เพื่อดูข้อบ่งชี้ เช่น ผู้ป่วยเป็นเนื้องอกในช่องท้อง ต้องตรวจดูขนาดและจำนวนของเนื้องอก หากมีจำนวนของเนื้องอกมากกว่า 5 ก้อน อาจจะส่องกล้องผ่าตัดได้ แต่ต้องใช้เวลานาน จำเป็นต้องเจาะ 3-4 รู ซึ่งขนาดและจำนวนของเนื้องอกทำให้เสียเวลาการผ่าตัด และเสียเลือดเยอะ หรือในกรณีที่ผู้ป่วยมีประวัติในการผ่าตัดมาแล้วหลายครั้ง บริเวณผ่าตัดจะมีพังผืดเยอะ การดำเนินการผ่าตัดผ่านกล้องจะมีความเสี่ยงสูงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าคนไข้ที่ไม่เคยผ่าตัด ดังนั้นผู้ป่วยทุกคนจึงไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องได้ทั้งหมด

ก่อนการผ่าตัดผ่านกล้องแพทย์จะทำการดมยาสลบให้กับผู้ป่วย จากนั้นแพทย์ผ่าตัดจะเจาะผนังหน้าท้องผู้ป่วย เพื่อใส่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปขยายขนาดช่องท้องให้ใหญ่ขึ้น เพิ่มพื้นที่ในการส่องกล้องแพทย์จะสอดกล้องขนาด 0.5-1 เซนติเมตร เพื่อหารอยโรค จากนั้นจะทำการเจาะผนังช่องท้องเพิ่มอีก 2-3 เซนติเมตร สำหรับใส่เครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็ก ซึ่งมีความกว้างประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร เพื้่อทำการผ่าตัดต่อไป

กรณีที่สามารถทำการผ่าตัดผ่านกล้องได้

ผู้ป่วยที่มีภาวะปวดท้องน้อยเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ ภาวะมีบุตรยาก การผ่าตัดเนื้องอกมดลูก หรือผ่าตัดมดลูก การผ่าตัดเลาะพังผืดในข่องท้อง รวมไปถึงการผ่าตัดปีกมดลูก เช่น ท้องนอกมดลูก ช็อกโกแลตซีสต์ และถุงน้ำรังไข่ ก็สามารถทำการผ่าผ่านกล้องได้

ข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้อง

ในระยะไม่เกิน 5 ปี การผ่าตัดผ่านกล้องจะเข้ามาแทนที่การผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง ซึ่งแต่เดิมนั้นเวลาผ่าตัดแพทย์จะต้องเปิดหน้าท้องออก แต่ในปัจจุบันการผ่าตัดผ่านกล้องกำลังได้รับความนิยม เนื่องจากกล้องที่ใช้ในการผ่าตัดจะมีกำลังขยายสูง สามารถเห็นตำแหน่งของโรคได้ชัดเจน และสามารถทำการผ่าตัดโดยใช้เครื่องมือขนาดเล็กสอดเข้าไปในรูเล็กๆ เพื่อทำการผ่าตัดได้ ซึ่งแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กเพียง 0.5-1 เซนติเมตร มีความเจ็บปวดจากบาดแผลผ่าตัดน้อยมาก ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว และสามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 2-4 สัปดาห์

ข้อจำกัดของการผ่าตัดผ่านกล้อง

ในการผ่าตัดผ่านกล้องจะต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผ่าตัด และความสมัครใจของผู้ป่วย สมมุติว่ามีผู้ป่วย 1 คน เดินมาบอกว่าอยากทำการผ่าตัดผ่านกล้อง แพทย์จะต้องดูว่าคนไข้มีความเสี่ยงในการผ่าตัดหรือไม่ เช่น ถ้าผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคปอด ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวมากเกินมาตรฐาน โดยมีค่า BMI มากกว่า 30%

ผู้ป่วยที่มีประวัติในการผ่าตัดมาแล้วหลายครั้ง ทำให้บริเวณช่อท้องมีพังผืดมาก หรือในกรณีที่ผู้ป่วยมีเนื้องอกขนาดใหญ่มาก การดำเนินการผ่าตัดผ่านกล้องจะมีความเสี่ยงสูง โดยแพทย์จะพิจารณาเป็นกรณีไป ว่าสมควรผ่าตัดด้วยวิธีไหน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย เนื่องจากในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เวลาส่องกล้องผ่าตัด แพทย์จะใส่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อขยายช่องท้อง ซึ่งก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ หากใส่เข้าไปในปริมาณมาก ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตของผู้ป่วยผิดปกติ จะมีการคั่งของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะเป็นอันตรายกับผู้ป่วย 

ข้อปฏิบัติหลังการผ่าตัดผ่านกล้อง

หลังจากผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดผ่านกล้องแล้ว แพทย์จะให้ผู้ป่วยพักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 2-3 วัน ผู้ป่วยสามารถอาบน้ำ สระผมได้ปกติ ผู้ป่วยต้องรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ และมาพบแพทย์หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ เพื่อตรวจแผล และฟังผลชิ้นเนื้อที่ส่งตรวจในระหว่างนี้ผู้ป่วยต้องงดการมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 2-3 เดือน

ข้อมูลจาก : ศูนย์สูติ-นรีเวช รพ.ยันฮี

สอบถามข้อมูลสุขภาพโทร. 1723 กด 4

คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
นพ.อำนาจ เตโชวาณิชย์ ดูรายละเอียด
พญ.สมสมร มังคละวิรัช ดูรายละเอียด
พญ.สุพรรณี คูณแสง ดูรายละเอียด
นพ.บุญชัย ธัญลักษณ์ภาคย์ ดูรายละเอียด
นพ.อภิชาติ ฤชุกรดำรง ดูรายละเอียด

 

 

 


title address
        1723