ไขมันในเลือดสูง

ความรู้สำหรับประชาชนเกี่ยวกับภาวะระดับไขมันผิดปกติในเลือด
 
ไขมันในเลือดคืออะไร ไขมันเป็นสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายใช้เป็นพลังงาน สร้างฮอร์โมนและวิตามินบางชนิด ไขมันในเลือด มาจากอาหารที่รับประทานและร่างกายสร้างขึ้น ไขมันรวมตัวอยู่กับโปรตีน เป็นอณูไขมันโปรตีน การวัดระดับไขมันในเลือดวัดเป็นคลอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ซึ่ง วัดแบ่งย่อยไปตามหน้าที่ จำเพราะระดับไขมันในเลือดที่ตรวจวัด คือ
  1. ระดับคลอเลสเตอรอลรวม
  2. ระดับ แอล ดี แอล คลอเลสเตอรอล (LDL-C คือ คลอเลสเตอรอลในอณูไขมันและโปรตีนความ หนาแน่นต่ำ)
  3. ระดับ เอ็ช ดี แอล คลอเลสเตอรอล (HDL-C คือ คลอเลสเตอรอลในอณูไขมันและโปรตีนความ หนาแน่นสูง)
  4. ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์
คลอเลสเตอรอลในอณูไขมันโปรตีน ความหนาแน่นต่ำถูกนำไปสู่อวัยวะต่างๆ และผนังหลอดเลือดในร่างกายหากมีจำนวนมากจะมีการสะสมของไขมันผนังหลอดเลือด และอุดตันหลอดเลือดได้ ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบและกล้ามเนื้อหัวใจตีบและกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหลอดเลือดส่วนปลายอุดตัน เช่นที่ขา ดังนั้น แอล ดี แอล คลอเลสเตอรอลจึงเป็น ”ไขมันไม่ดี”จำเป็นต้องได้รับการรักษาหากระดับ แอล ดี แอล คลอเลสเตอรอลสูงในเลือด
 
คลอเลสเตอรอลในอณูไขมันและโปรตีนความหนาแน่นสูง เป็นคลอเลสเตอรอลที่ถูกลำเอียงออกจากอวัยวะต่างๆ และผนังหลอดเลือด ทำให้ลดการอุดตันของหลอดเลือด ดังนั้นเอ็ช ดี แอล โคเลสเตอรอนจึงเป็น”ไขมันไม่ดี”การมีระดับ เอ็ช ดี แอล คลอเลสเตอรอลสูงในเลือดช่วยลดการอุดตันของหลอดเลือดจะ ทราบได้อย่างไรระดับไขมันในเลือดผิดปกติ
 
การตรวจไขมันในเลือดจะบอกได้ชัดเจนว่าระดับไขมันในเลือดผิดปกติหรือไม่ทำได้ในการเจาะเลือดตอนเช้าในการงดอาหารเป็นเวลา 12 ชั่วโมง แต่สามารถดื่มน้ำเปล่าได้ ระดับไขมันในเลือดที่พึงมีหรืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อย คือ
  • คลอเลสเตอรอลรวมน้อยกว่า 200 มก/ดล
  • แอล ดี แอล คลอเลสเตอรอล น้อยกว่า 100 มก/ดล
  • แอช ดี แอล คลอเลสเตอรอล น้อยกว่า 40 มก/ดล
  • ไตรกลีเซอร์ไรด์ น้อยกว่า 150 มก/ดล
ถ้าระดับไขมันในเลือดเบี่ยงเบนไปจากเกณฑ์ดังกล่าว จะเพิ่มความเสี่ยงจากโรคหัวใจละหลอดเลือด ยิ่งเบี่ยงเบนมากก็จะเพิ่มความเสี่ยงสูงยิ่งขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ของแต่ละบุคคลด้วย
 
 
ผู้ใดควรได้รับการรับตรวจระดับไขมันในเลือด
 
ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงและควรได้รับการตรวจระดับไขมันในเลือด คือ
  1. ผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่แล้ว ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบละกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหลอดเลือดส่วนปลายอุดตัน
  2. ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด
    • ผู้ช่วยอายุ ≥  45 ปี, ผู้หญิงอายุ ≥ 55 ปี
    • มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจหรือเสียชีวิตกะทันหัน โดยผู้ชายเป็นเมื่ออายุ < 45 ปีผู้หญิงเป็นเมื่ออายุ < 65 ปี
    • มีความดันโลหิตสูง, เป็นเบาหวาน หรือ สูบบุหรี่
  3. มีโรคที่เกี่ยวของกับระดับไขมันผิดปกติ เช่น โรคอ้วน โรคไตวายเรื้อรัง หรือกลุ่มอาการบวมจากไต
  4. มีการตรวจพบลักษณะที่มีการบ่งชี้ว่ามีระดับไขมันสูงในเลือด เช่น ก้อนไข้มันบริเวณไขมันที่ข้อศอก เอ็นร้อยหวาย หรือก้อนไขมันใต้ผิวหนังที่มีลักษณะคล้ายหัวสิวบริเวณหลังและสะโพก
หากตรวจแล้วพบว่าระดับไขมันอยู่ในเกณฑ์ปกติควรตรวจซ้ำ 1-3 ปี สำหรับประชนที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง ควรตรวจระดับไขมันในเลือด ตั้งแต่อายุ 35 ปี และควรได้รับกรตรวจซ้ำทุก 5 ปี
 
อะไรคือสาเหตุของระดับไขมันในเลือดผิดปกติ
 
   ระดับไขมันในเลือดผิดปกติอาจเกิดจากปัจจัยภายในตัวเอง เช่นพันธุกรรม หรือความเจ็บป่วยบางประการ ได้แก่โรคเบาหวาน, โรคไตวายเรื้อรัง, โรคตับ, ขาดธัยรอยด์ฮอร์โมน หรือจากยา เช่น ยาลดความดันบางชนิด ยากลุ่มสเตียรอยด์และที่สำคัญคือ ไขมันในเลือดผิดปกติจากการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม อาหารที่ทำให้คลอเลสเตอรอลสูงในเลือดได้แก่ อาหารที่มีปริมาณคลอเลสเตอรอลสูงในเลือดได้แก่ อาหารที่มีปริมาณคลอเลสเตอรอลมาก และ/หรือ มีไขมันอิ่มตัวมาก ได้แก่ กะทิ มันหมู เนย หนังสัตว์ ไข่แดง และเครื่องในสัตว์ ส่วนอาหารที่มีไตรกรีเซอร์ไรด์สูงได้แก่ อาหารให้พลังงานเกินความจำเป็น การรับประทานน้ำตาลมาก และการดื่มสุรา
 
 
จะรักษาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติได้อย่างไร
 
   การรักษาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติเริ่มด้วย  การรักษาที่ไม่ต้องใช้ยา ร่วมกับการใช่ยาเมื่อมีความจำเป็น การรักษาที่ไม่ต้องใช้ยาประกอบด้วยการงดสูบบุหรี่ การควบคุมน้ำหนักตัว การผ่อนคลายความเครียด การออกกำลังกายและการรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง ซึ้งพื้นฐานสำคัญของการป้องกันและการรักษาภาวะไขมันผิดปกติในเลือด ควรปฏิบัติตามที่แพทย์และนักโภชนาการแนะนำอย่างเคร่งเครียดและต่อเนื่อง ถ้าการรักษาโดยไม่ต้องใช้ยาไม่ได้ผลจึงใช้ยาร่วมด้วย
 
   แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกยาที่เหมาะสมเป็นรายๆ ไปจะมีการปรับขนาดยาจนกระทั้งสามารถควบคุมระดับไขมันในเลือดได้ตามเป้าหมาย นอกจากนี้แพทย์จำเป็นต้องให้การรักษาภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดอื่นๆ เช่น 
ความดันโลหิตสูงและเบาหวานร่วมด้วย

ปริมาณคลอเลสเตอรอล

 อาหารในแต่ละชนิด จะมีปริมาณปริมาณคลอเลสเตอรอลแตกต่างกันดังตาราง ต่อไปนี้ 

ปริมาณคลอเลสเตอรอลในอาหารต่างๆ 100 กรัม
ชนิดอาหาร
คลอเลสเตอรอล (มิลลิกรัม/100 กรัม)
๐ ไก่          - เนื้อล้วน
                  - ตับ
๐ เป็ด
๐ กุนเชียง
๐ กุ้งเล็ก
๐  กุ้งใหญ่
๐ ปู
๐ ไข่           - ไข่ดาว
                  - ไข่ทั้งฟอง
                  - ไข่แดง(เป็ด)
                  - ไข่แดง(ไก่)
                  - ไข่นกกระทา
                  - ไข่ปลา
๐ ครีม
๐ นมสด
๐ เนยเหลว
๐  เนยแข็ง
๐ มาการีน
๐ น้ำมันตับปลา
๐ เนื้อแพะ, เนื้อแกะ
๐ เนื้อกระต่าย
๐ เนื้อวัว             - ไข่ดาว
                        - ตับ
                        - ลูกวัว
                        - ผ้าขี้ริ้ว
60
685-750
70-90
150
125
250-300
101-164
0
550
1,120
2,000
3,640
>300
300
24
250
90-113
0
500
60
60
60
400
140
61

ถ้าท่านมีภาวะไขมันคลอเลสเตอรอลสูง ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีคลอเลสเตอรอลมากกว่า 200 ม.ก./100 กรัม 
ควรรับประทานคลอเลสเตอรอลไม่เกิน 300 ม.ก./100 กรัม  เมื่อทานควบคุมอาหาร ลดน้ำหนักตัวและออกกำลังกายแล้ว

ยังไม่สามารถลดระดับไขมันให้เป็นปกติ แพทย์จะแนะนำให้รับประทานยาเพื่อลดไขมัน 

ปริมาณคลอเลสเตอรอลในอาหาร 

ปริมาณคลอเลสเตอรอลในอาหารต่างๆ 100 กรัม
ชนิดอาหาร
คลอเลสเตอรอล (มิลลิกรัม/100 กรัม)
๐ ปลา          - แซลมอน
                     - จาระเม็ด
                     - ปลาดุก
                     - ปลาทูน่า
                     - ปลาไหลทะเล
๐ ปลาหมึกเล็ก
๐ ปลาหมึกใหญ่
๐ แมงกระพรุน
๐  ปลิงทะเล
๐ หอยนางลม
๐ หอยอื่นๆ
๐ หมู-                  - เนื้อแดง
                            - เนื้อปนมัน
                            - น้ำมันหมู
                           - ตับ
                           - ไต
                           - กระเพาะ
                           - หัวใจ
                           - ซี่โครง
                          - แฮม
                           - เบคอน
                          - ไส้กรอก
                          - สมองสัตว์
                          - ไอศกรีม
86
126
60
186
186
384
1,170
24
0
230-470
150
60-70
126
110
400
350
150
400
110
100
215
100
3,160
40

การตรวจโลหิตวัดระดับไขมัน ควรทำอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง ถ้าตรวจพบว่ามีระดับปกติ 
แต่ถ้าสูงหรือขณะที่ได้รับการรักษาด้วยอาหารการออกกำลังกาย ลดน้ำหนักตัว 
หรือรับประทานยาคลอเลสเตอรอลท่านจะต้องตรวจโลหิตตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อประสิทธิภาพในการรักษา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เคาน์เตอร์พยาบาล 2 (อายุรกรรม)
เบอร์โทรศัพท์ 0-2879-0300 ต่อ 20135 - 20137

สอบถามข้อมูลสุขภาพโทร. 1723 กด 4

คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
นพ.เจษฎา เลาหสุขไพศาล ดูรายละเอียด
นพ.ชวลิต หล้าคำมี ดูรายละเอียด
นพ.ธนพล อุตตมานนท์ ดูรายละเอียด
นพ.ภักดี สี่ศิลปชัย ดูรายละเอียด
นพ.สุเมธ หัตพัฒนาศิลป์ ดูรายละเอียด
นพ.อภิชัย ชัยดรุณ ดูรายละเอียด
นพ.เอกวิทย์ เกวลินสฤษดิ์ ดูรายละเอียด
พญ.พัชรินทร์ แช่มพูลศิลป์ ดูรายละเอียด
นพ.นเรศศักดิ์ เหล่าสงวนเอก ดูรายละเอียด
พญ.ชาติรส ชูรัตน์ ดูรายละเอียด
พญ.กัลยาณี พรโกเมธกุล ดูรายละเอียด
นพ.ศุภวัฒน์ วราพรมงคลกุล ดูรายละเอียด
นพ.อิศวรักษ์ พูลสวัสดิ์ ดูรายละเอียด
พญ.อริสรา ขาวสบาย ดูรายละเอียด
พญ.ทิพรัตน์ รังสรรค์ปัญญา ดูรายละเอียด
นพ. พิรัตน์ โลกาพัฒนา ดูรายละเอียด

 

 

 


title address
        1723