ไขมันในเลือดสูง
ความรู้สำหรับประชาชนเกี่ยวกับภาวะระดับไขมันผิดปกติในเลือด
ไขมันในเลือดคืออะไร ไขมันเป็นสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายใช้เป็นพลังงาน สร้างฮอร์โมนและวิตามินบางชนิด ไขมันในเลือด มาจากอาหารที่รับประทานและร่างกายสร้างขึ้น ไขมันรวมตัวอยู่กับโปรตีน เป็นอณูไขมันโปรตีน การวัดระดับไขมันในเลือดวัดเป็นคลอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ซึ่ง วัดแบ่งย่อยไปตามหน้าที่ จำเพราะระดับไขมันในเลือดที่ตรวจวัด คือ
- ระดับคลอเลสเตอรอลรวม
- ระดับ แอล ดี แอล คลอเลสเตอรอล (LDL-C คือ คลอเลสเตอรอลในอณูไขมันและโปรตีนความ หนาแน่นต่ำ)
- ระดับ เอ็ช ดี แอล คลอเลสเตอรอล (HDL-C คือ คลอเลสเตอรอลในอณูไขมันและโปรตีนความ หนาแน่นสูง)
- ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์
คลอเลสเตอรอลในอณูไขมันโปรตีน ความหนาแน่นต่ำถูกนำไปสู่อวัยวะต่างๆ และผนังหลอดเลือดในร่างกายหากมีจำนวนมากจะมีการสะสมของไขมันผนังหลอดเลือด และอุดตันหลอดเลือดได้ ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบและกล้ามเนื้อหัวใจตีบและกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหลอดเลือดส่วนปลายอุดตัน เช่นที่ขา ดังนั้น แอล ดี แอล คลอเลสเตอรอลจึงเป็น ”ไขมันไม่ดี”จำเป็นต้องได้รับการรักษาหากระดับ แอล ดี แอล คลอเลสเตอรอลสูงในเลือด
คลอเลสเตอรอลในอณูไขมันและโปรตีนความหนาแน่นสูง เป็นคลอเลสเตอรอลที่ถูกลำเอียงออกจากอวัยวะต่างๆ และผนังหลอดเลือด ทำให้ลดการอุดตันของหลอดเลือด ดังนั้นเอ็ช ดี แอล โคเลสเตอรอนจึงเป็น”ไขมันไม่ดี”การมีระดับ เอ็ช ดี แอล คลอเลสเตอรอลสูงในเลือดช่วยลดการอุดตันของหลอดเลือดจะ ทราบได้อย่างไรระดับไขมันในเลือดผิดปกติ
การตรวจไขมันในเลือดจะบอกได้ชัดเจนว่าระดับไขมันในเลือดผิดปกติหรือไม่ทำได้ในการเจาะเลือดตอนเช้าในการงดอาหารเป็นเวลา 12 ชั่วโมง แต่สามารถดื่มน้ำเปล่าได้ ระดับไขมันในเลือดที่พึงมีหรืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อย คือ
- คลอเลสเตอรอลรวมน้อยกว่า 200 มก/ดล
- แอล ดี แอล คลอเลสเตอรอล น้อยกว่า 100 มก/ดล
- แอช ดี แอล คลอเลสเตอรอล น้อยกว่า 40 มก/ดล
- ไตรกลีเซอร์ไรด์ น้อยกว่า 150 มก/ดล
ถ้าระดับไขมันในเลือดเบี่ยงเบนไปจากเกณฑ์ดังกล่าว จะเพิ่มความเสี่ยงจากโรคหัวใจละหลอดเลือด ยิ่งเบี่ยงเบนมากก็จะเพิ่มความเสี่ยงสูงยิ่งขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ของแต่ละบุคคลด้วย
ผู้ใดควรได้รับการรับตรวจระดับไขมันในเลือด
ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงและควรได้รับการตรวจระดับไขมันในเลือด คือ
- ผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่แล้ว ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบละกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหลอดเลือดส่วนปลายอุดตัน
- ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด
- ผู้ช่วยอายุ ≥ 45 ปี, ผู้หญิงอายุ ≥ 55 ปี
- มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจหรือเสียชีวิตกะทันหัน โดยผู้ชายเป็นเมื่ออายุ < 45 ปีผู้หญิงเป็นเมื่ออายุ < 65 ปี
- มีความดันโลหิตสูง, เป็นเบาหวาน หรือ สูบบุหรี่
- มีโรคที่เกี่ยวของกับระดับไขมันผิดปกติ เช่น โรคอ้วน โรคไตวายเรื้อรัง หรือกลุ่มอาการบวมจากไต
- มีการตรวจพบลักษณะที่มีการบ่งชี้ว่ามีระดับไขมันสูงในเลือด เช่น ก้อนไข้มันบริเวณไขมันที่ข้อศอก เอ็นร้อยหวาย หรือก้อนไขมันใต้ผิวหนังที่มีลักษณะคล้ายหัวสิวบริเวณหลังและสะโพก
หากตรวจแล้วพบว่าระดับไขมันอยู่ในเกณฑ์ปกติควรตรวจซ้ำ 1-3 ปี สำหรับประชนที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง ควรตรวจระดับไขมันในเลือด ตั้งแต่อายุ 35 ปี และควรได้รับกรตรวจซ้ำทุก 5 ปี
อะไรคือสาเหตุของระดับไขมันในเลือดผิดปกติ
ระดับไขมันในเลือดผิดปกติอาจเกิดจากปัจจัยภายในตัวเอง เช่นพันธุกรรม หรือความเจ็บป่วยบางประการ ได้แก่โรคเบาหวาน, โรคไตวายเรื้อรัง, โรคตับ, ขาดธัยรอยด์ฮอร์โมน หรือจากยา เช่น ยาลดความดันบางชนิด ยากลุ่มสเตียรอยด์และที่สำคัญคือ ไขมันในเลือดผิดปกติจากการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม อาหารที่ทำให้คลอเลสเตอรอลสูงในเลือดได้แก่ อาหารที่มีปริมาณคลอเลสเตอรอลสูงในเลือดได้แก่ อาหารที่มีปริมาณคลอเลสเตอรอลมาก และ/หรือ มีไขมันอิ่มตัวมาก ได้แก่ กะทิ มันหมู เนย หนังสัตว์ ไข่แดง และเครื่องในสัตว์ ส่วนอาหารที่มีไตรกรีเซอร์ไรด์สูงได้แก่ อาหารให้พลังงานเกินความจำเป็น การรับประทานน้ำตาลมาก และการดื่มสุรา
จะรักษาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติได้อย่างไร
การรักษาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติเริ่มด้วย การรักษาที่ไม่ต้องใช้ยา ร่วมกับการใช่ยาเมื่อมีความจำเป็น การรักษาที่ไม่ต้องใช้ยาประกอบด้วยการงดสูบบุหรี่ การควบคุมน้ำหนักตัว การผ่อนคลายความเครียด การออกกำลังกายและการรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง ซึ้งพื้นฐานสำคัญของการป้องกันและการรักษาภาวะไขมันผิดปกติในเลือด ควรปฏิบัติตามที่แพทย์และนักโภชนาการแนะนำอย่างเคร่งเครียดและต่อเนื่อง ถ้าการรักษาโดยไม่ต้องใช้ยาไม่ได้ผลจึงใช้ยาร่วมด้วย
แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกยาที่เหมาะสมเป็นรายๆ ไปจะมีการปรับขนาดยาจนกระทั้งสามารถควบคุมระดับไขมันในเลือดได้ตามเป้าหมาย นอกจากนี้แพทย์จำเป็นต้องให้การรักษาภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดอื่นๆ เช่น
ความดันโลหิตสูงและเบาหวานร่วมด้วย
อาหารในแต่ละชนิด จะมีปริมาณปริมาณคลอเลสเตอรอลแตกต่างกันดังตาราง ต่อไปนี้
|
ปริมาณคลอเลสเตอรอลในอาหารต่างๆ 100 กรัม
|
|
ชนิดอาหาร
|
คลอเลสเตอรอล (มิลลิกรัม/100 กรัม)
|
|
๐ ไก่ - เนื้อล้วน
- ตับ
๐ เป็ด
๐ กุนเชียง
๐ กุ้งเล็ก
๐ กุ้งใหญ่
๐ ปู
๐ ไข่ - ไข่ดาว
- ไข่ทั้งฟอง
- ไข่แดง(เป็ด)
- ไข่แดง(ไก่)
- ไข่นกกระทา
- ไข่ปลา
๐ ครีม
๐ นมสด
๐ เนยเหลว
๐ เนยแข็ง
๐ มาการีน
๐ น้ำมันตับปลา
๐ เนื้อแพะ, เนื้อแกะ
๐ เนื้อกระต่าย
๐ เนื้อวัว - ไข่ดาว
- ตับ
- ลูกวัว
- ผ้าขี้ริ้ว
|
60
685-750
70-90
150
125
250-300
101-164
0
550
1,120
2,000
3,640
>300
300
24
250
90-113
0
500
60
60
60
400
140
61
|
ถ้าท่านมีภาวะไขมันคลอเลสเตอรอลสูง ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีคลอเลสเตอรอลมากกว่า 200 ม.ก./100 กรัม
ควรรับประทานคลอเลสเตอรอลไม่เกิน 300 ม.ก./100 กรัม เมื่อทานควบคุมอาหาร ลดน้ำหนักตัวและออกกำลังกายแล้ว
ยังไม่สามารถลดระดับไขมันให้เป็นปกติ แพทย์จะแนะนำให้รับประทานยาเพื่อลดไขมัน
ปริมาณคลอเลสเตอรอลในอาหาร
|
ปริมาณคลอเลสเตอรอลในอาหารต่างๆ 100 กรัม
|
|
ชนิดอาหาร
|
คลอเลสเตอรอล (มิลลิกรัม/100 กรัม)
|
|
๐ ปลา - แซลมอน
- จาระเม็ด
- ปลาดุก
- ปลาทูน่า
- ปลาไหลทะเล
๐ ปลาหมึกเล็ก
๐ ปลาหมึกใหญ่
๐ แมงกระพรุน
๐ ปลิงทะเล
๐ หอยนางลม
๐ หอยอื่นๆ
๐ หมู- - เนื้อแดง
- เนื้อปนมัน
- น้ำมันหมู
- ตับ
- ไต
- กระเพาะ
- หัวใจ
- ซี่โครง
- แฮม
- เบคอน
- ไส้กรอก
- สมองสัตว์
- ไอศกรีม
|
86
126
60
186
186
384
1,170
24
0
230-470
150
60-70
126
110
400
350
150
400
110
100
215
100
3,160
40
|
การตรวจโลหิตวัดระดับไขมัน ควรทำอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง ถ้าตรวจพบว่ามีระดับปกติ
แต่ถ้าสูงหรือขณะที่ได้รับการรักษาด้วยอาหารการออกกำลังกาย ลดน้ำหนักตัว
หรือรับประทานยาคลอเลสเตอรอลท่านจะต้องตรวจโลหิตตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อประสิทธิภาพในการรักษา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เคาน์เตอร์พยาบาล 2 (อายุรกรรม)
เบอร์โทรศัพท์ 0-2879-0300 ต่อ 20135 - 20137
สอบถามข้อมูลสุขภาพโทร. 1723 กด 4
 |
คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ |
|
 |
|
|