ความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตสูง คือ ภาวะที่มีค่าแรงดันที่ทำกับผนังหลอดเลือดสูงกว่าปกติ แรงดันเลือดที่สูงเป็นระยะเวลานานทำให้ผนังหลอดเลือดบริเวณตำแหน่งต่างๆเสื่อมลงถ้าผนังหลอดเลือดที่เสื่อมนี้เกิดขึ้นที่สมองสามารถทำให้เกิดเส้นเลือดสมองแตกหรือตีบได้ เกิดที่หลอดเลือดที่ไตสามารถทำให้การทำงานของไตลดลงจนถึงไตวายได้
ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูง ได้แก่
- มีประวัติครอบครัวเป็นความดันโลหิตสูง
- มีน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะผู้ที่อ้วนลงพุง หรือมีไขมันสะสมบริเวณเอว และช่วงกลางของลำตัว
- มีอายุมากกว่า 45 ปี สำหรับผู้ชายและมากกว่า 55 ปี สำหรับผู้หญิง
- การไม่ออกกำลังกาย
- การรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของโซเดียมหรือเกลือปริมาณสูง
- สูบบุหรี่
- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก
- เป็นเบาหวานหรือควบคุมเบาหวานได้ไม่ดี
- มีความเครียดสูง
ค่าปกติของความดันโลหิต
คือ ความดันที่ไม่เกิน 120/80 มม.ปรอท ทุกคนควรวัดความดันอย่างน้อย 1 ครั้งใน 2 ปี ถ้าตรวจพบว่ามีค่าความดันโลหิตสูงกว่าระดับปกติ ควรได้รับการตรวจบ่อยครั้งขึ้น ในคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงควรควบคุมความดันโลหิตให้ต่ำกว่า 140/90 มม.ปรอท และควบคุมให้ต่ำกว่า 130/80 มม.ปรอท ในผู้ป่วยที่มีโรคต่อไปนี้ร่วมอยู่ด้วย ได้แก่ โรคหัวใจขาดเลือด โรคไต โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดบางชนิด
ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อมีความดันโลหิตสูง
- การลดน้ำหนัก ค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index = BMI) ที่มีค่ามากกว่า 25 กก./ตรม. ภาวะอ้วนลงพุง (รอบเอว) (มากกว่า 32 นิ้ว (80 ซม.) ในผู้หญิงหรือมากกว่า 36 นิ้ว (90 ซม.) ในผู้ชาย) มีส่วนทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น การลดน้ำหนักสามารถทำให้ความดันโลหิตสูงลดลงได้ ในคนที่มีความดันโลหิตสูงการควบคุมและลดน้ำหนักส่วนเกินจะช่วยให้ความดันโลหิตสูงควบคุมได้ง่ายขึ้น และสามารถปรับลดยาความดันโลหิตลง นอกจากนี้ยังลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ เบาหวาน และไขมันในเลือดสูงด้วย
- การรับประทานอาหาร การรับประทานอาหารประเภท DASH diet คือ การรับประทานอาหารประเภทที่มีเส้นกากใยมาก เช่น ผัก ผลไม้ และการลดอาหารจำพวกไขมัน โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น ขาหมู เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารใส่กะทิ และอาหารมันทุกชนิด การรับประทานอาหารที่เหมาะสมสามารถลดความดันได้ถึง 10 มม.ปรอท ในผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูง
- ลดอาหารที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบ เกลือมีผลกับความดันโลหิต โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยเบาหวาน จะมีการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตมากกว่าคนทั่วไปควรรับประทานเกลือไม่เกิน 6 กรัมต่อวัน โดยการลดการรับประทานอาหารเค็ม เช่น ปลาเค็ม เนื้อเค็ม ไข่เค็ม ของดองเค็มทุกชนิด หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ เช่น ผงชูรส ผงฟู (ในขนมปัง,ขนมถ้วยฟู) สารกันบูด (อาหารสำเร็จรูป เช่น โจ๊ก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป)
- การลดความเครียด ภาวะเครียด จะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ ควรฝึกจิตใจให้สงบ หลีกเลี่ยงจากสิ่งที่ทำให้หงุดหงิด โกรธ โมโห หรือตื่นเต้นจะสามารถลดการมีความดันโลหิตสูงได้ ในผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงที่ยังไม่หยุดสูบบุหรี่ พบว่ายาลดความดันโลหิตจะไม่ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้ การหยุดสูบบุหรี่เป็นระยะเวลาเกิน 1 ปีขึ้นไปจะลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และหัวใจขาดเลือดได้ สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้เองควรปรึกษาแพทย์ เพื่อเลิกสูบบุหรี่
- การลดหรืองดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมากจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ทำให้ลดการตอบสนองต่อยาลดความดันโลหิตของร่างกาย และเพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการเกิดเส้นเลือดในสมองแตกและสมองขาดเลือด ในผู้ชายไม่ควรดื่มเกิน 30 cc. ของแอลกอฮอล์ต่อวัน ได้แก่ วิสกี้ ไม่เกิน 60 ml/วัน ไวน์ ไม่เกิน 120 ml/วัน เบียร์ ไม่เกิน 300 ml/วัน ส่วนผู้หญิงลดลงครึ่งหนึ่งของผู้ชาย คือ ไม่เกิน 15 cc. ของแอลกอฮอล์ต่อได้แก่ วิสกี้ ไม่เกิน 30 วัน ml/วัน ไวน์ ไม่เกิน 60 ml/วัน เบียร์ ไม่เกิน 150 ml/วัน ปริมาณที่แนะนำนั้นจะไม่เพิ่มความดันโลหิตและยังพบว่าสามารถช่วยลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้
- การออกกำลังกาย การออกกำลังกายแบบ aerobic exercise เป็นประจำและสม่ำเสมอจะช่วยลดน้ำหนักส่วนเกิน ลดความดันโลหิต ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย รวมทั้งลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด การออกกำลังกายแบบ aerobic exercise จะต้องทำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน 30 – 45 นาทีอย่างต่อเนื่อง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถทำได้โดยวิธีเดินเร็ว วิ่งเบาๆ ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงเบ่ง เช่น ยกน้ำหนัก วิดพื้น ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ หรือโรครุนแรงควรประเมินสภาพร่างกายและหัวใจโดยแพทย์ก่อนการออกกำลังกาย
- การรับประทานยาต่อเนื่องและมาพบแพทย์สม่ำเสมอ ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงนอกจากปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์แล้วยังควรรับประทานยาอย่างต่อเนื่องไม่ควรหยุดยาเองหรือขาดยา เพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นฉับพลัน ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสเกิดอาการหัวใจขาดเลือด หรือเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ในสตรีที่กินยาเม็ดคุมกำเนิดแล้วมีภาวะความดันโลหิตสูงควรปรึกษาแพทย์
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เคาน์เตอร์พยาบาล 2 (อายุรกรรม)
เบอร์โทรศัพท์ 0-2879-0300 ต่อ 20135 - 20137
สอบถามข้อมูลสุขภาพโทร. 1723 กด 4
 |
คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ |
|
 |
|
|