โรคอุจจาระร่วง

โรคอุจจาระร่วง
 
อาการอุจจาระร่วง 
 
ท้องร่วง ท้องเดิน ท้องเสีย หรือลงท้องคือ มีการถ่ายอุจจาระที่มีจำนวนมากกว่าปกติตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปใน 1 วัน หรือถ่ายเป็นน้ำจำนวนมากหรือเป็นมูกเลือด แม้เพียง 1 ครั้งต่อวัน จึงได้แบ่งอาการท้องร่วงไว้ 2 ชนิด
  1. อาการท้องร่วงอย่างเฉียบพลัน หมายถึง อาการท้องร่วงที่เป็นทันทีทันใด แต่เป็นระยะสั้นๆ ไม่เกินสองสัปดาห์
  2. อาการท้องร่วงชนิดเรื้อรัง หมายถึง อาการท้องร่วงที่เป็นติดต่อกันนานกว่าสองสัปดาห์  
อาการแสดงของโรค   สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ
  1. ท้องร่วงจากการติดเชื้อ ทั้งจากเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย จะมีลักษณะอาการและลักษณะอุจจาระที่ออกมาแตกต่างกันที่น่ารับรู้และให้สังเกตไว้ ได้แก่ อหิวาตกโรค จะมีลักษณะอุจจาระคล้ายน้ำซาวข้าว ผู้ป่วยจะมีการอาเจียน อ่อนเพลีย และซึมร่วมด้วย ท้องร่วงจากเชื้อบิดมักจะถ่ายอุจจาระเป็นมูกเลือดร่วมกับมีอาการอาเจียน มีไข้สูง อ่อนเพลีย
  2. ท้องร่วงชนิดไม่มีการติดเชื้อ เช่น โรคที่พบได้บ่อยในบ้านเรา ได้แก่ การขาดเอ็นไซม์แลคเตส ที่ทำการย่อยน้ำตาลนม อาการของผู้ป่วยโรคนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ดื่มนมสดไปแล้วประมาณ 1 ถึง 2 ชั่วโมง คือ รู้สึกโครกครากในท้อง ปวดท้องแบบปวดบิดๆ และมีอาการท้องร่วงเป็นน้ำ 1-2 ครั้งแล้วค่อยหายไป   
การป้องกันตนเองจากโรคอุจจาระร่วง
  1. ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ และน้ำทุกครั้ง ก่อนปรุงหรือรับประทานอาหารและภายหลังจากถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ
  2. ดื่มน้ำที่สะอาด โดยน้ำต้มสุกจะดีที่สุด
  3. เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ และสะอาด
  4. กำจัดขยะมูลฝอย เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธ์ของแมลงวัน
  5. ถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ   
ข้อควรปฏิบัติในการรักษาโรคอุจจาระร่วงเบื้องต้น
  1. ให้ของเหลวหรือสารน้ำเพิ่มขึ้น เช่น สารละลายน้ำตาลเกลือแร่ โอ อาร์ เอส หรือสารละลายเกลือและน้ำตาลที่เตรียมเองโดยผสมเกลือครึ่งช้อนชาและน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ ละลายในน้ำต้มสุกเย็น 1 ขวดน้ำปลากลม (750 cc) ถ้าดื่มไม่หมดใน 24 ชม. ให้ทิ้งแล้วผสมใหม่
  2. สำหรับเด็กที่ยังกินนมแม่ให้กินต่อไปไม่ต้องหยุด และเด็กที่กินนมผสมให้แบ่งกินครึ่งหนึ่งสลับกับสารละลายน้ำตาลเกลือแร่
  3. งดอาหารแข็ง อาหารรสจัด หรืออาหารที่มีกากมาก ๆ โดยให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารเหลว เช่น ข้าวต้ม ควรหลีกเลี่ยงนมและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  4. หลีกเลี่ยงการใช้ยาหยุดถ่าย เพราะกินยาหยุดถ่ายทำให้ลำไส้ต้องเก็บกักเชื้อโรคไว้นานขึ้น
  5. ควรรีบพบแพทย์เมื่อ
    • มีอาการร่างกายขาดน้ำ ได้แก่ กระหายน้ำมาก ปัสสาวะน้อยหรือเข้มจัด ปากแห้ง 
    • ตาลึกโหล วิงเวียน มึนงง กระสับกระส่าย ซึม
    • อาการท้องเสียไม่ดีขึ้นภายใน 1 – วัน
    • ปวดท้องมาก ไข้สูง
    • อุจจาระเป็นมูกหรือมูกเลือด หรืออุจจาระมีสีดำและเหนียวเหมือนยางมะตอย
       

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เคาน์เตอร์พยาบาล 2 (อายุรกรรม)
เบอร์โทรศัพท์ 0-2879-0300 ต่อ 20135 - 20137

สอบถามข้อมูลสุขภาพโทร. 1723 กด 4

คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
นพ.เจษฎา เลาหสุขไพศาล ดูรายละเอียด
นพ.ชวลิต หล้าคำมี ดูรายละเอียด
นพ.ธนพล อุตตมานนท์ ดูรายละเอียด
นพ.ภักดี สี่ศิลปชัย ดูรายละเอียด
นพ.สุเมธ หัตพัฒนาศิลป์ ดูรายละเอียด
นพ.อภิชัย ชัยดรุณ ดูรายละเอียด
นพ.เอกวิทย์ เกวลินสฤษดิ์ ดูรายละเอียด
พญ.พัชรินทร์ แช่มพูลศิลป์ ดูรายละเอียด
นพ.นเรศศักดิ์ เหล่าสงวนเอก ดูรายละเอียด
พญ.ชาติรส ชูรัตน์ ดูรายละเอียด
พญ.กัลยาณี พรโกเมธกุล ดูรายละเอียด
นพ.ศุภวัฒน์ วราพรมงคลกุล ดูรายละเอียด
นพ.อิศวรักษ์ พูลสวัสดิ์ ดูรายละเอียด
พญ.อริสรา ขาวสบาย ดูรายละเอียด
พญ.ทิพรัตน์ รังสรรค์ปัญญา ดูรายละเอียด
นพ. พิรัตน์ โลกาพัฒนา ดูรายละเอียด

 

 

 


title address
        1723