โรคแพ้อากาศ

โรคแพ้อากาศ... น้ำมูกไหล คันจมูก จามบ่อยๆ ปวดศีรษะ

โรคแพ้อากาศ ส่วนใหญ่เกิดเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติไป ทำให้เกิดอาการได้กับอวัยวะต่างๆ เช่น จมูก หลอดลม ผิวหนัง และตา ในกรณีที่มีอาการทางจมูกมักจะเรียกว่าแพ้อากาศ

โรคแพ้อากาศมี 2 ชนิด

  • โรคที่เกิดอาการเฉพาะฤดู ส่วนมากมักพบในฤดูหนาว, ฤดูฝน (Seasonal allergic rhinitis)
  • โรคที่มีอาการตลอดทั้งปี (Perennial allergic rhinitis) พบได้กับทุกเชื้อชาติ และทุกวัยในวัยเด็กมักพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง ส่วนผู้ใหญ่มักเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย


โรคแพ้อากาศสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยด้วยกัน คือ
  • เกิดจากพันธุกรรม

    • ผู้ที่มีประวัติแพ้อากาศทางคุณพ่อและคุณแม่ อาจจะพบได้ในตัวของลูก 58 %
    • โรคแพ้อากาศสามารถเกิดขึ้นได้กันผู้ที่ไม่เคยมีประวัติทางพันธุกรรมอยู่ประมาณ 12.5 %
  • จากสารภายนอกที่ก่อให้เกิดอาการของโรคแพ้อากาศ เช่น
    • ขนนก, นุ่น และฝ้าย
    • ฝุ่นบ้าน ฝุ่นโรงงาน หรือริมถนน
    • เชื้อราต่างๆ, อากาศในที่อับชื้น
    • สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข, แมว, หนู และกระต่าย
    • ไรฝุ่น และแมลงบางชนิด
    • วัสดุบรรจุในเฟอร์นิเจอร์ เช่น ใยมะพร้าว เป็นต้น
  • จากปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการที่แพ้อากาศมากขึ้น

    ผู้ที่มีอาการอักเสบติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด, ไซนัสอักเสบ, ทอนซิลอันเสบ, หูชั้นกลางอักเสบ, ผนังกั้นช่องจมูกคด 
โรคเหล่านี้สามารถเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้อากาศได้มากขึ้น นอกจากนี้ภาวะตึงเครียดและวิตกกังวลก็เป็นสาเหตุกระตุ้นให้มีอาการ
ของโรคภูมิแพ้ได้เช่นกัน

อาการของโรคแพ้อากาศ

  • จะมีอาการคันจมูก, คันคอ, เพดานปาก หรือหู
  • จามบ่อยๆ และอาจมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย
  • มีน้ำมูกไหลใสๆ จมูกไม่ได้กลิ่น หรืออาจจะมีหอบ ถ้าเป็นมากๆ ในบางครั้ง
  • คัดจมูก เสียงเปลี่ยน
  • มีไอเป็นพักๆ และมีน้ำมูกไหลลงคอ
  • มีคันบริเวณขอบตาและมีน้ำตาไหล, ขอบตาคล้ำ

การรักษาและการป้องกันการเกิดโรคแพ้อากาศ

  • ควรหลีกเลี่ยง และกำจัดสิ่งที่พบว่าตนเองแพ้
  • ควรพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจรักษาที่ถูกต้อง
  • ให้ฉีดวัคซีน เพื่อรักษาโรคภูมิแพ้ (Immunotherapy)

  อย่างไรก็ตามโรคนี้เป็นโรคที่มีปัจจัยกระตุ้นแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย
ดังนั้น เมื่อพบอาการที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ
วินิจฉัยเบื้องต้น พร้อมทั้งรับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดอาการเรื้อรังภายหลัง

คำแนะนำก่อนการทดสอบภูมิแพ้

  • คืนก่อนมาโรงพยาบาล พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ประมาณ 8 ชั่วโมง
  • งดเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ทุกประเภทก่อนมาทดสอบภูมิแพ้ 1 วัน
  • รับประทานอาหารให้เรียบร้อย ก่อนมาทำการทดสอบภูมิแพ้
  • งดรับประทานยากลุ่มภูมิแพ้ ยาแก้หวัด ยาแก้ไอ ยาแก้คัน ก่อนถึง
    วันนัดทดสอบภูมิแพ้ 7-10 วัน (ยาประเภทพ่นใช้ได้ ตามปกติ)
  • กรุณาใส่เสื้อเปิดแขนกว้าง สามารถพับถึงไหล่ได้ เพื่อสะดวกในการทดสอบภูมิแพ้บริเวณแขน
  • ระยะเวลาในการทดสอบประมาณ 30 นาที
  • แจ้งโรคประจำตัวผู้ป่วยให้แพทย์ทราบทุกครั้งก่อนทำการทดสอบ
  • ถ้าผู้ป่วยสงสัยว่าตนเองจะตั้งครรภ์ ควรแจ้งแพทย์ทราบก่อนทำการทดสอบภูมิแพ้หรือทำการรักษา

ตารางฉีดยาวัคซีนรักษาภูมิแพ้

  • ฉีดต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี
    • 3 เดือนแรก อาทิตย์ ละ 1 เข็ม
    • ต่อไป 2 อาทิตย์ 1 เข็ม
      3 อาทิตย์ 1 เข็ม
      4 อาทิตย์ 1 เข็ม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อีเมล์ : info@yanhee.co.th   หรือ  

คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
พญ.อรอุมา ศรีวานิชวิพัฒน์ ดูรายละเอียด
พญ.บุญญาภา เจนวิริยะกุล ดูรายละเอียด
นพ.สมนึก จิตสร้างบุญ ดูรายละเอียด
นพ. เฉลิมพล น้อยเตปิน ดูรายละเอียด

 

 

 


title address
        1723