ศูนย์ไตเทียม

ศูนย์ไตเทียม เป็นศูนย์ให้บริการผู้ป่วยโรคไตอย่างครบวงจร ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยไปจนถึงการฟอกเลือดล้างไตด้วยเครื่องฟอกเลือดที่ทันสมัยได้มาตรฐาน มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตประจำศูนย์ และมีบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลไตเทียมที่มีความชำนาญเฉพาะ พร้อมให้บริการตลอดเวลา

ไต เป็นอวัยวะสำคัญภายในร่างกาย ไตของคนเรามี 2 ข้าง อยู่บริเวณด้านหลังใต้ชายโครงบริเวณบั้นเอว รูปร่างคล้ายถั่ว ประกอบด้วย หน่วยไต (nephron) จำนวนมาก หน่วยไตนี้จะลดจำนวนและเสื่อมสภาพไปตามอายุ และไม่สามารถแบ่งตัวใหม่ได้ ไตมีหน้าที่กำจัดของเสียสาร
แปลกปลอมออกมากับปัสสาวะ รักษาสมดุลของน้ำ เกลือแร่ กรดด่างของร่างกาย และสามารถสร้างฮอร์โมนบางชนิด เช่น
Erythropoietin 
ที่ควบคุมการสร้างเม็ดเลือดแดง


 

โรคไต  สามารถแบ่งเป็น 8 ชนิด คือ

  1. โรคเส้นเลือดฝอยที่ไตอักเสบ (Glomerulonephritis) ผู้ป่วยจะมีอาการบวมตามร่างกาย
    โดยเฉพาะที่หน้าและขา ปัสสาวะมีสีน้ำล้างเนื้อหรือปัสสาวะเป็นฟอง ปัสสาวะออกน้อยลง มีความดันโลหิตสูง

  2. โรคเนื้อเยื่อไตอักเสบ (Interstitial nephritis) มักเกิดร่วมกับการแพ้ยา การติดเชื้อ
    บางชนิด จะมีอาการอ่อนเพลีย โลหิตจาง ไม่มีอาการบวม ปัสสาวะออกปกติ

  3. โรคไตวายเฉียบพลัน (Acute renal failure) เป็นภาวะที่มีการสูญเสียการทำงานของไต อย่างรวดเร็วภายในเวลา 2-3 ชั่วโมง หรือ 2-3 วัน

  4. โรคไตวายเรื้อรัง (Chronic renal failure) เป็นภาวะที่มีการทำลายเนื้อไตอย่างต่อเนื่อง
    เป็นระยะเวลานาน


  5. การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เช่น โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคกรวยไตอักเสบ เป็นต้น
    ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะกะปริดกะปรอย ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะแสบขัด หรือ
    อาจมีเลือดปนมาในปัสสาวะ

  6. ความผิดปกติของเกลือแร่และความเป็นกรด - ด่างในร่างกาย
    (
    Electrolyte and acid-base abnormality) เช่น การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อจาก
    ภาวะโปแตสเซียมในเลือดต่ำ

  7. โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

  8. โรคมะเร็งในระบบทางเดินปัสสาวะ

โรคไตวายและอาการแสดง เกิดจากสภาวะที่การทำงานของไตลดลง ทำให้ร่างกายไม่สามารถขับของเสียในร่างกายออกมาในปัสสาวะได้ตามปกติ เป็นผลให้เกิดการคั่งค้างของของเสีย และไม่สามารถขจัดออกจากร่างกายได้ ทำให้ระบบการทำงานของไตเสื่อมลง ส่งผลให้เป็นอันตรายต่อระบบการทำงานของอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย

การแบ่งชนิดของภาวะไตวาย

  • ภาวะไตวายเฉียบพลัน คือ ภาวะที่การทำงานของไตลดลงอย่างเฉียบพลัน ในผู้ป่วยที่เดิมมีการทำงานของไตปกติ เช่น ในผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะช็อกจากสาเหตุใดก็ตาม หรือในผู้ป่วยที่ได้รับสาร หรือยาที่มีพิษต่อไต ถ้าได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และ แก้ไขสาเหตุได้แล้ว การทำงานของไตอาจกลับมาเป็นปกติได้ ภายใน 1-4 อาทิตย์

  • ภาวะไตวายเรื้อรัง คือ ภาวะที่การทำงานของไตลดลง หรือเสียไปแบบถาวร ไม่สามารถกลับมาทำงานเป็นปกติได้อีก ผู้ป่วยจะมีของเสียคั่งค้างในร่างกายเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจมีอาการมากขึ้นจนอันตรายถึงชีวิตได้ สาเหตุที่พบบ่อยเกิดจากโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน

อาการของโรคไตวาย



อาการที่สังเกตได้ คือ มีอาการบวม ยุบบริเวณหน้าแข้ง ปวดข้อ ผมร่วง และอาการสืบเนื่องหลังจากเป็นโรคไตแล้ว จะมีอาการคลื่นไส้
อ่อนเพลีย อาเจียน เบื่ออาหาร ปัสสาวะแสบมีสีเลือดปะปน เป็นต้น และถ้ายังไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ผู้ป่วยจะมีอาการซึมลงจนถึง
ขั้นไม่รู้สึกตัว ชัก และอาจเสียชีวิตได้

การรักษาโรคไตวายเรื้อรัง

  • การรักษาด้วยยา ปัจจุบันยังไม่มียาชนิดใดที่สามารถหยุดการเสื่อมสภาพของไต หรือลดของเสียในร่างกายได้ ดังนั้น
    ในภาวะไตวายเรื้อรังนี้ แม้ผู้ป่วยได้รับการรักษาตลอด แต่ผู้ป่วยก็จะมีอาการมากขึ้น จนต้องรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การล้างไต เป็นต้น

  • การรักษาด้วยการล้างไต แบ่งเป็น

    • การล้างทางช่องท้องอย่างถาวร โดยผ่าตัดใส่สายลงในช่องท้องของผู้ป่วย เพื่อใส่น้ำยาเข้าไปล้างเอาของเสียออกจาก
      ร่างกาย  หลังการใส่สายในช่องท้องแล้ว ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านเพื่อไปทำด้วยตนเองได้ แต่ต้องมีผู้ดูแลเปลี่ยนถ่ายน้ำยา
      ให้อย่างถูกวิธี และยังต้องระมัดระวังเรื่องการเปลี่ยนถุงและวิธีการรักษาความสะอาด เพราะอาจเกิดการติดเชื้อในช่องท้องได้

    • การฟอกเลือดโดยใช้เครื่องไตเทียม เพื่อฟอกเอาของเสียออกจากเลือดในร่างกาย ซึ่งจะใช้เวลาในการฟอกแต่ละครั้ง
      ประมาณ
      3-5 ชั่วโมง และจะทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ขึ้นกับสภาพผู้ป่วย

  • การผ่าตัดเปลี่ยนไต เป็นวิธีการแก้ไขภาวะไตวายเรื้อรังได้ดีที่สุด แต่ผู้ป่วยต้องมีสภาพเหมาะสมต่อการผ่าตัดเปลี่ยนไต และต้องหาไตบริจาคที่เหมาะสม เข้ากันได้กับผู้ป่วย ซึ่งหาได้น้อยในปัจจุบัน

การฟอกเลือด  คืออะไร      

การฟอกเลือด คือ การนำเลือดออกจากร่างกายผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ผ่านเข้าเครื่องฟอกเลือดและตัวกรองเลือด เพื่อกำจัดของเสีย ปรับระดับเกลือแร่ในเลือด และปรับดุลของน้ำ หลังจากนั้นจึงนำเลือดกลับเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วย หลักการสำคัญ คือ การให้มีการแลกเปลี่ยนของเสีย เกลือแร่ ระหว่างเลือดกับน้ำยาฟอกเลือด โดยผ่านทางตัวกรองเลือด เลือดจะไหลผ่านตัวกรองเลือดซึ่งมีลักษณะเป็นหลอดเล็กๆ เหมือนหลอดเลือดฝอยที่มีรูขนาดเล็กมากๆ อยู่ที่ ผนังของหลอด และมีน้ำยาฟอกเลือดไหลผ่านอยู่ด้านนอกหลอด ของเสียที่มีระดับสูงในเลือดจะเคลื่อนผ่านผนังของตัวกรองเข้าไปอยู่ในน้ำยาฟอกเลือด ทำให้ระดับของเสียในเลือดลดลง น้ำและเกลือแร่จะมีการเคลื่อนผ่านผนังของตัวกรอง ทำให้ระดับเกลือแร่และดุลของน้ำเป็นปกติ 

สอบถามข้อมูลสุขภาพโทร. 1723 กด 4

คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
นพ.ธนพล อุตตมานนท์ ดูรายละเอียด

 

 

 


title address
        1723