ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ
กระดูก เป็นระบบโครงสร้างที่สำคัญ โครงสร้างของร่างกายประกอบด้วย กระดูกทั้งหมด 206 ชิ้น และมีข้อต่อ ตามส่วนต่างๆของร่างกาย ซึ่งสามารถทำหน้าที่ในการเคลื่อนไหวในมุมขององศาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับตำแหน่งของข้อกระดูกนั้นจะมีการสร้างตัวเองและหยุดตัวเองเมื่อถึงวัยอันควร และต่อมาจะถูกปัจจัยต่างๆ ทั้งในและนอกร่างกายทำให้เกิดความเสื่อม ผุ กร่อนได้ตามวัย
ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลยันฮี
มีบริการตรวจรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ โดยแพทย์เฉพาะทางประจำ จำนวน 3 ท่าน และทีมแพทย์นอกเวลาอีก 7 ท่าน พร้อมให้การดูแลรักษาผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกและข้อ อาทิเช่น

บริการและการรักษา
โรคหมอนรองกระดูก
โครงสร้างกระดูกในร่างกายมีความสำคัญ โดยเฉพาะกระดูกสันหลังซึ่งเป็นแกนกลางของลำตัวมีลักษณะตรงกลางกลวงมีเส้นประสาทหลายเส้นและมีน้ำไขสันหลังหล่อเลี้ยงอยู่ กระดูกสันหลังเป็นกระดูกชิ้นๆ เรียงต่อกันเป็นแนวยาวตั้งแต่ส่วนคอจนถึงส่วนบั้นเอว ระหว่างกระดูกแต่ละชิ้นจะมีกระดูกอ่อนซึ่งมีความยืดหยุ่นสามารถรองรับแรงที่จะมากระทำต่อกระดูก แต่ละชิ้นได้ และกระดูกเหล่านี้จะมีการเปลี่ยนแปลงและเสื่อมสภาพไปตามวัย หากมีการเสื่อมสภาพแล้วอาจทำให้มีการเคลื่อนของหมอนรอง กระดูกทำให้เกิดอาการ ปวด เสียว ชา ที่อวัยวะที่มีปลายประสาทไปเลี้ยงและต่อมาอาจทำให้เกิดอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อส่วนนั้นๆได้
โรคกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท
เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาจเกิดจากหมอนรองกระดูกเสื่อมมาทับบริเวณเส้นประสาท หรือเมื่ออายุมากขึ้นมีการงอกของกระดูกคอและมากดรากประสาทได้ ส่วนมากจะพบในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการ ปวดคอ คอแข็ง และปวดร้าวลงมาที่มือ ในรายที่อาการไม่รุนแรงมักจะได้รับคำแนะนำและการบำบัดด้วยหลายวิธี เพื่อให้บรรเทาอาการปวดและสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข ส่วนในรายที่มีอาการรุนแรงจะได้รับการตรวจทางรังสีวิทยา ซึ่งผู้ป่วยควรได้รับการตรวจพิเศษจากแพทย์เฉพาะทางโรงพยาบาลยันฮีมีทีมแพทย์เฉพาะทางและเครื่องมือที่ทันสมัยสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้มารับบริการได้อย่างเต็มศักยภาพ

โรคเส้นเอ็นฉีกขาด
เอ็นเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้เกิดการยืดหยุ่น และช่วยทำให้เกิดการเคลื่อนไหวเอ็น ประกอบไปด้วยเยื่อหุ้มเอ็นอาการบาดเจ็บที่รุนแรงมากที่สุดคือ เอ็นฉีกขาด มักพบได้ในคนที่เล่นกีฬาหักโหม นักวิ่งสูงอายุ (อายุมากกว่า 40 ปี) จากการเกิดอุบัติเหตุทางกีฬา หรืออุบัติเหตุบนท้องถนน มักพบว่ามีการเสื่อมสภาพการใช้งาน และถ้ามีการฉีดขาดมักพบได้ที่เอ็นร้อยหวายซึ่งเป็นเอ็นที่มีการใช้งานหนักและมีขนาดใหญ่อยู่ในตำแหน่งที่เกิดการฉีกขาดได้ง่าย เมื่อมีการฉีกขาดเกิดขึ้นมักมีอาการเจ็บปวดทันที บวม และไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ หรือไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ส่วนมากมักมีการฉีกขาดได้ 50-100% และควรได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีด้วยการผ่าตัดต่อเส้นเอ็น หากเป็นไม่มากควรได้รับการเข้าเฝือกจากแพทย์เฉพาะทาง และในระหว่างการรักษาควรระมัดระวังให้ข้ออยู่นิ่งๆ และควรหลีกเลี่ยงการวิ่งเปลี่ยนทิศทางและความเร็วทันที และควรบริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรงอยู่เสมอเพื่อป้องกัน การบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้
ปัจจุบันโรงพยาบาลยันฮีมีเครื่องตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก ซึ่งเป็นการตรวจทางรังสีวิทยาที่แพทย์นิยมใช้ในการวินิจฉัยโรคทางกระดูกสามารถสอบถามรายละเอียด ได้ทุกวัน โทร. 02-8790300 กด 4
เปลี่ยนข้อเข่า - ข้อสะโพกเทียม
ปัจจุบันการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ไม่ว่าจะเป็น "ข้อเข่า" หรือ "ข้อสะโพก" พบได้บ่อยขึ้น แต่ใช่ว่าผู้ป่วยนึกอยากทำก็ทำได้ ผู้ป่วยต้องได้รับการลงความเห็นจากแพทย์ว่าจำเป็นต้องทำ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักผ่านการรักษาโดยวิธีไม่ผ่าตัดมาพอสมควรและอาการไม่ดี แพทย์จึงจะแนะนำให้ทำการผ่าตัด หลังทำผู้ป่วยมักมีอาการปวดลดลงเมื่อเทียบกับก่อนผ่าตัด ยิ่งสมัยนี้การผ่าตัดได้ปรับปรุงเทคนิควิธีการให้ทันสมัยมากขึ้น จึงมีความปลอดภัย ให้ผลการรักษาดี สามารถใช้งานได้ใกล้เคียงข้อธรรมชาติ ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมมีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด ดังนี้
- โรคข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อมจากอายุ มีอาการผิดรูปเข่าโก่ง มีอาการปวดจากเดิม
- โรคเข่าและข้อสะโพกเสื่อม จากโรคข้ออักเสบ เช่น Rheumatoid,SLE
- โรคหัวสะโพกขาดเลือดไปเลี้ยง (Avascular necrosis)
- อุบัติเหตุ กระดูกสะโพกหัก หรือกระดูกเข่าแตกผิดรูป
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม คุณหมออาจเลือกผ่าตัดด้วยเทคนิคการผ่าตัดแบบเดิม (Standard) ที่ทำกันมานาน แต่วิธีนี้จะให้แผลผ่าตัดใหญ่ (ประมาณ 15 เซนติเมตร) และต้องพักฟื้นใน รพ.นานมากกว่า 1-2 สัปดาห์ ใช้เวลาในการกายภาพบำบัดฝึกเดินนาน ต้องฝึกกล้ามเนื้อนานกว่าจะสามารถเดินได้ประมาณ 1 สัปดาห์ขึ้นไป
ปัจจุบันเทคนิคในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า และข้อสะโพกเทียม มีการพัฒนามากขึ้นตามเวลาที่เปลี่ยนไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัด และลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบข้างลงให้มากที่สุด (Minimally Invasive Technique) โดยได้มีการพัฒนาอุปกรณ์การผ่าตัดให้ได้แผลที่เล็กลง (ประมาณ 5 เซนติเมตร) บาดเจ็บเนื้อเยื่อน้อย แม้แผลผ่าตัดจะเล็กลง แต่ยังคงมีความแม่นยำอยู่ ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 1-11/2 ชม. เท่านั้น ลดเวลาการดมยา และลดระยะเวลาในการนอน รพ.ลง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวลง ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนปกติเร็วขึ้นกว่าการรักษาแบบเดิม
แถมเดี๋ยวนี้ยังได้มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการผ่าตัด (Computer Assisted Suegery) ช่วยเพิ่มความเที่ยงตรงในการผ่าตัดมากขึ้น แต่ก็มีข้อเสีย คือ ต้องเพิ่มเวลาในการผ่าตัด ในการบันทึกจัดเตรียมข้อมูล และต้องใช้อุปกรณ์เพิ่มเติมหลายอย่าง จึงมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมาก อันนี้ก็คงต้องพิจารณาให้เหมาะสมตามกำลังทรัพย์
สำหรับวัสดุที่ใช้ในการทำข้อเข่า และข้อสะโพกเทียม จะใช้โลหะอัลลอย (Alloy) โดยได้มีการออกแบบและพัฒนาให้เข้ากับสรีสระของร่างกายคนเรา เพื่อให้สามารถใช้งานได้ใกล้เคียงกับข้อปกติมากที่สุด มีความทนทานสูง ไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านกับเนื้อเยื่อของร่างกาย จึงวางใจได้ในเรื่องความปลอดภัย
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ปกติแพทย์จะมีการกำหนดวันผ่าตัดไว้ล่วงหน้า ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อน ในผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ต้องคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงปกติ คือ น้อยกว่า 200 mg% และรักษาสุขภาพทั่วไปให้แข็งแรง หรือใครมีโรคอื่นอย่างความดันโลหิตสูง ก็ต้องควบคุมโรคดังกล่าวให้อาการคงที่ก่อนผ่าตัด
หลังการผ่าตัด ช่วงแรกที่พักรักษาตัวใน รพ. จะมีแพทย์แผนกกายภาพบำบัดมาช่วยในการฝึกเดิน ฝึกออกกำลังกล้ามเนื้อ ซึ่งผู้ป่วยสามารถนำกลับไปปฏิบัติต่อด้วยตัวเองที่บ้านได้ ส่วนว่าข้อเข่า ข้อสะโพกเทียมที่เปลี่ยนใหม่จะมีอายุการใช้งานนานเท่าไหร่นั้น อันนี้ก็คงขึ้นอยู่กับหลายปัจจุย อาทิ สภาพร่างกายของผู้ป่วยเอง ระดับของกิจกรรมที่ทำ ปริมาณของน้ำหนักที่ลง เป็นต้น หากว่าการใช้งานไม่สมบุกสมบันจนเกินไป ก็น่าจะสามารถใช้ได้นานมากกว่า 20 ปีขึ้นไป
ด้วยความปรารถนาดีจาก ศูนย์กระดูกและข้อ รพ.ยันฮี
สอบถามข้อมูลสุขภาพโทร. 1723 กด 4
 |
คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ |
|
 |
|
|